ทองปิดบวก $36.60 ทำนิวไฮ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ข่าวเศรษฐกิจ, Editor's Picks
January 15, 2026
07:07
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (14 ม.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 36.60 ดอลลาร์ หรือ 0.80% ปิดที่ 4,635.70 ดอลลาร์/ออนซ์
สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหนุนทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากอิหร่านได้เตือนบรรดาประเทศเพื่อนบ้านที่ให้กองกำลังทหารสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพว่า อิหร่านจะทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเหตุการณ์ประท้วงภายในประเทศ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัฐมนตรีของเดนมาร์กและกรีนแลนด์มีกำหนดเข้าพบเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความต้องการที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังคงได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน หลังจากรัฐบาลทรัมป์ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในประเด็นการใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ส่งผลให้บรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งรวมถึงคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป และแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อแสดงการสนับสนุนพาวเวล ท่ามกลางความกังวลที่ว่ารัฐบาลทรัมป์อาจเข้าแทรกแซงนโยบายการเงินของเฟด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนต.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนต.ค.
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.8% ในเดือนต.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2568 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.9% ในเดือนต.ค.
น้ำมัน WTI ปิดบวก 87 เซนต์ คาดอุปทานอิหร่านถูกกระทบหากสหรัฐฯโจมตี
ข่าวเศรษฐกิจ, Editor's Picks
January 15, 2026
06:42
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (14 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันของอิหร่านอาจเผชิญภาวะชะงักงัน หลังมีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ อาจจะโจมตีอิหร่าน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 62.02 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 66.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ หลังจากอิหร่านได้เตือนบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางว่า อิหร่านจะทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธว่า ทางการสหรัฐฯ ได้สั่งให้ฐานทัพสำคัญที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันการโจมตี
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้รับรายงานว่าการสังหารกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านเริ่มลดน้อยลงแล้ว และเขาเชื่อว่าขณะนี้ทางการอิหาร่านยังไม่มีแผนที่จะกวาดล้างผู้ประท้วงเป็นวงกว้าง
นักวิเคราะห์จาก Price Futures Group กล่าวว่า ตลาดคาดการณ์ว่าอาจจะไม่มีการโจมตีอิหร่านเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันลดช่วงบวกนั้น มาจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 3.6 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 29,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 200,000 บาร์เรล
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า เวเนซุเอลาเริ่มกลับมาส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้งและอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดปรับตัวสูงขึ้น โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จำนวน 2 ลำได้แล่นออกจากน่านน้ำเวเนซุเอลาพร้อมน้ำมันดิบลำละประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.) ซึ่งอาจเป็นการจัดส่งครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงการจัดหาอุปทานน้ำมันดิบ 50 ล้านบาร์เรลระหว่างเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ เพื่อให้เวเนซุเอลากลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ออกจากเวเนซุเอลา
ดาวโจนส์ปิดลบ 42.36 จุด, Nasdaq ดิ่งหนัก จากแรงขายหุ้นแบงก์-หุ้นเทคฯ
ข่าวหุ้น, Editor's Picks
January 15, 2026
06:27
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันพุธ (14 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลงกว่า 200 จุด เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหันไปซื้อหุ้นปลอดภัย (defensive stocks) ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากธนาคารต่าง ๆ เปิดเผยผลประกอบการที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,149.63 จุด ลดลง 42.36 จุด หรือ -0.09%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,926.60 จุด ลดลง 37.14 จุด หรือ -0.53% และ
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,471.75 จุด ลดลง 238.12 จุด หรือ -1.00%
ดัชนีกลุ่มธนาคารใน S&P500 ปรับตัวลดลง โดยหุ้น Wells Fargo ร่วงลง 4.6% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2568 ที่ต่ำกว่าคาด
ส่วนหุ้น Citigroup ร่วงลง 3.3% และหุ้น Bank of America ดิ่งลง 3.7% แม้ธนาคารทั้งสองแห่งเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2568 ที่สูงกว่าคาดก็ตาม
หุ้นกลุ่มการเงินรวมถึงหุ้นธนาคารซึ่งเคยพุ่งสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 นั้น ได้ปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.นี้ ส่งผลให้ผู้บริหารของธนาคาร JPMorgan เตือนว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อกำไรของภาคการเงิน
นักวิเคระห์จาก JonesTrading กล่าวว่า แม้แผนการกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตอาจจะเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนที่จะบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่ก็ยังไม่มีผู้บริหารธนาคารคนใดที่ตัดความเป็นไปได้นี้ออกไป
นักวิเคราะห์ยังกล่าวด้วยว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนหมุนเวียนการลงทุนออกจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาแพง ไปยังหุ้นปลอดภัยและหุ้นที่มีมูลค่าเหมาะสม
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ร่วงลง 1.45% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งถือเป็นหุ้นปลอดภัย ดีดตัวขึ้น 1.18% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.2% หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอุปทานน้ำมันในอิหร่านจะได้รับผลกระทบ หากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน
หุ้นบริษัทเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง Broadcom, Palo Alto Networks และ Fortinet ปรับตัวลดลง หลังจากสื่อรายงานว่า ทางการจีนได้แจ้งให้บริษัทต่าง ๆ ของจีนหยุดใช้ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ผลิตโดยบริษัทจากสหรัฐฯ และอิสราเอลประมาณสิบกว่าแห่ง
นักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ปรับตัวขึ้น 3% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ส่วนยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนต.ค.
นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมตลอดครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งรวมถึงในการประชุมเดือนม.ค. แต่ก็คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)