ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 83.11 จุด ซื้อขายผันผวนก่อนตลาดหยุดยาว
ข่าวต่างประเทศ Saturday January 17, 2026 06:30 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (16 ม.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 เริ่มต้นขึ้น และนักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุนขนาดใหญ่ก่อนช่วงวันหยุดยาว โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ (19 ม.ค.) เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,359.33 จุด ลดลง 83.11 จุด หรือ -0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,940.01 จุด ลดลง 4.46 จุด หรือ -0.06% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,515.39 จุด ลดลง 14.63 จุด หรือ -0.06%
ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.29%, ดัชนี S&P500 ลดลง 0.38% และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.66%
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวลง 0.8% และเป็นกลุ่มที่กดดันตลาดมากที่สุดในบรรดากลุ่มหุ้นในดัชนี S&P500 ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้น โดยดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น 1.2% ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี
ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการออกมาโดยรวมแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี โดยหุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.1% ในวันศุกร์ แต่ปรับตัวลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.
นักลงทุนยังประเมินข่าวที่ทรัมป์ระบุว่าอาจต้องการให้ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ เควิน แฮสเซตต์ ทำหน้าที่เดิมต่อไป ส่งผลให้มีการคาดการณ์ในตลาดลดลงที่ว่า แฮสเซตต์จะเข้ารับตำแหน่งต่อจาก เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ตลอดสัปดาห์ยังเห็นกระแสเงินทุนไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัว ไปยังหุ้นที่มีมูลค่ายังไม่แพงมาก ส่งผลให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กให้ผลตอบแทนดีกว่าดัชนีอ้างอิง S&P500 โดยดัชนี Russell 2000 ของหุ้นขนาดเล็กปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งในวันศุกร์ และพุ่งขึ้น 2.04% ตลอดทั้งสัปดาห์
หุ้นกลุ่มหลักส่วนใหญ่ในดัชนี S&P500 ปิดบวกในรอบสัปดาห์นี้ โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และกลุ่มอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุด
ฤดูกาลรายงานผลประกอบการจะเข้มข้นขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยมีบริษัทขนาดใหญ่เตรียมเปิดเผยผลประกอบการ อาทิ Netflix, Johnson & Johnson และ Intel