บทวิเคราะห์ราคายาง > (VIP)คุยหลังไมค์...คาดการณ์แนวโน้ม โดยทีมงานราคายางดอทคอม

คาดการณ์แนวโน้มราคายางประจำสัปดาห์ที่ 16-21 ธันวามคม 2556

(1/2) > >>

Rakayang.Com:
   คาดการณ์แนวโน้มราคายางประจำสัปดาห์ที่ 16-21 ธันวามคม 2556
         Tocom กรอบแนวรับ 282.7แนวต้าน 287.4เช้านี้ทะยานไปทำhi 287.9 +4.2เยน ก่อนที่จะมีแรงขายออกมาสั้นๆ ทั้งนี้นลท.ส่วนใหญ๋รอประกาศตัวเลขจีน - HSBC เผยดัชนี PMI ???าคการผลิตเบื้องต้นจีนเดือนธ.ค.ลดลงแตะ 50.5 แต่ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรม???าคการผลิตของจีนมีการขยายตัวจากเดือนก่อน แต่บวกกับเจอแรงกดดันจากสต๊อคยางจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน ณ วันที่ 13 ธ.ค มีปริมาณเพิ่มขึ้น 3,858 ตันอยู่ที่ระดับ 165,754 ตันอาจจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้ยาง Tocom ยังวิ่งอยู่ในกรอบ แต่เส้นRSI เริ่มเข้าเขต Overbought ระยะสั้นอาจมีพักฐานอีกรอบ ระยะยาวมองเป็นทิศทางขาขึ้นอยู่ กลยุทธ์สัปดาห์นี้ ถ้าTocomวิ่งไป 287.4 และสามารถยืนได้จุดต้านสำคัญต่อไปคือ 290.3 ซึ่งได้ทำไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ย 2556 แต่ในทางกลับกันถ้าTocom ไม่สามารถผ่านต้าน 287.4ได้แนะนำให้เปิดสถานะขายเล่นสั้นแนะให้เล่นตามกรอบจะช่วยลดความเสี่ยง
 
       AFET ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าจะอ่อนไหวกับข่าวทั้งในและนอกประเทศมากซึ่ง ณ.เวลากระแสการเมืองในประเทศก็มีผลทำให้นลท.ไม่กล้าที่จะเข้าตลาด และเกาะติดคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีกำหนดประชุมในวันอังคารและพุธนี้ ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่าเฟดจะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลงเมื่อใด ปัจจัยพวกนี้ทำให้ตลาด afet ในสัปดาห์นี้คงจะไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร ก็ยังมองในกรอบเดิมที่ 84.5-88.5
 
      ส่วนราคายางจริง มองว่ายังสดใสอยู่เพราะช่วงนี้ รง.หลายแห่งต้องเริ่มซื้อยางเพื่อผลิตและส่งมอบในเดือน ม.ค-ก.พ ราคายางแผ่นอาจได้เห็น 80 รม แต่ราคาเศษยางจะทรงๆเคลื่อนไหวไม่มากเพราะเนื่องจากช่วงนี้ ผลผลิตที่ออกมาในช่วงหน้าหนาวความเข้มข้นของเนื้อน้ำยางจะน้อยลง ส่งผลให้เศษยางขาดน้ำมากและทำให้โรงงานกด% ในช่วงนี้
 

Rakayang.Com:
ตารางเปลี่ยนเดือน TOCOM ปี 2013
 1. Last Trading Day and Delivery Day  2013RubberPrecious MetalsLast Trading DayDelivery DayLast Trading DayDelivery DayLast Trading Day for Gold Options
[contract month]January25 (Fri)31 (Thu)--31 (Thu)
[FEB]February22 (Fri)28 (Thu)25 (Mon)28 (Thu)-March25 (Mon)29 (Fri)--29 (Fri)
[APR]April23 (Tue)30 (Tue)24 (Wed)30 (Tue)-May27 (Mon)31 (Fri)--31 (Fri)
[JUN]June24 (Mon)28 (Fri)25 (Tue)28 (Fri)-July25 (Thu)31 (Wed)--31 (Wed)
[AUG]August26 (Mon)30 (Fri)27 (Tue)30 (Fri)-September24 (Tue)30 (Mon)--30 (Mon)
[OCT]October25 (Fri)31 (Thu)28 (Mon)31 (Thu)-November25 (Mon)29 (Fri)--29 (Fri)
[DEC]December20 (Fri)27 (Fri)24 (Tue)27 (Fri) -
 
               สรุป โตคอมเดือนส่งมอบ Dec2013 สิ้นสุดวันสุดท้ายในวันที่ 20 ธันวาคม และเริ่มเทรดเดือนใหม่ June 2014 ในวันที่ 24 ธันวาคม เนื่องจากวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2556 ตลาดโตคอมปิดวัน The Emperor's Birthday

Rakayang.Com:
Last Trading Day and Delivery Day(ตารางเปลี่ยนเดือนและส่งมอบ) Tocom 2014RubberPrecious MetalsLast Trading DayDelivery DayLast Trading DayDelivery DayLast Trading Day for Gold Options [contract month]January27 (Mon)31 (Fri)--31 (Fri) [FEB]February24 (Mon)28 (Fri)25 (Tue)28 (Fri)-March25 (Tue)31 (Mon)--31 (Mon) [APR]April23 (Wed)30 (Wed)24 (Thu)30 (Wed)-May26 (Mon)30 (Fri)--30 (Fri) [JUN]June24 (Tue)30 (Mon)25 (Wed)30 (Mon)-July25 (Fri)31 (Thu)--31 (Thu) [AUG]August25 (Mon)29 (Fri)26 (Tue)29 (Fri)-September24 (Wed)30 (Tue)--30 (Tue) [OCT]October27 (Mon)31 (Fri)28 (Tue)31 (Fri)-November21 (Fri)28 (Fri)--28 (Fri) [DEC]December19 (Fri)26 (Fri)22 (Mon)26 (Fri) - 
17-18 ธ.ค. 56 สหรัฐ : คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประชุมนโยบายการเงินและกำหนดอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐ : ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยคาดการณ์เศรษฐกิจ (เช้าวันที่ 19 ธ.ค.)สหรัฐ : คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (เช้าวันที่ 19 ธ.ค.) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย และเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด แถลงข่าว

Rakayang.Com:
จับตา ?ยางพาราอินโดนีเซีย: ความท้าทายต่อยางไทยในอนาคต?


 กฤษณี พิสิฐศุ???กุล ธันวาคม 2556   ตั้งแต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกฟ้นตัวจากวิกฤตการเงินโลกปี 2552 ตลาดยางกลับมาสู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากฐานะทางการเงินและพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีของประเทศในแถบเอเชีย ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัว จีนและอินเดียมีการนำเข้ายางธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงปี 2553 ราคายางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จนสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อไตรมาส 1 ปี 2554 โดยราคายางในตลาดโลกเพิ่มสูงถึง 5.75 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม ตลาดยางโลกที่ฟ้นตัวทำให้หลายประเทศผู้ผลิตเร่งผลิตยางธรรมชาติและส่งออก เพื่อรองรับความต้องการบริโ???คยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอินโดนีเซียเร่งพัฒนาการปลูกและส่งออกยาง ???ายใต้แผนแม่บทเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหรือ Master Plan for Acceleration and Expansion of Indonesia Economic Development 2011-2025 โดยวางเป้าหมายพัฒนาและยกระดับ???าคการเกษตรที่สำคัญ ซึ่งแผนนี้วางเป้าหมายให้เกาะสุมาตราเป็นแกนหลักในการผลิตและเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมยางพาราแปรรูป เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกยางธรรมชาติแห่งใหญ่ของประเทศ
ปัจจุบัน อินโดนีเซียเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพาราอันดับ 2 ของโลกรองจากไทย ในปี 2555 มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 3.46 ล้านเฮกตาร์1 ให้ผลผลิต 3.07 ล้านตัน พื้นที่ที่ปลูกมากอันดับ 1 คือ เกาะสุมาตรา รองลงมา คือ กาลิมันตัน และจัมบี้ ผลผลิตยางธรรมชาติส่วนใหญ่ได้มาจากเกษตรกรรายย่อย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 85 ที่เหลือเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่และพื้นที่ของรัฐคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8 และ 7 ตามลำดับ โดยผลผลิตประมาณร้อยละ 90 จะถูกนำไปแปรรูปเป็นยางแท่งเพื่อส่งออกไปยังตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น
เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย (Smallholders) การปลูกจึงมีลักษณะแบบสวนป่า กล้ายางที่ใช้ยังเป็นพันธุ์เก่า ทำให้มีผลิต???าพการผลิต (productivity) ค่อนข้างต่ำ จากข้อมูลของสมาคมยางพาราอินโดนีเซีย (GAPKINDO) อินโดนีเซียมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 880-1,000 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ ในขณะที่ไทยและมาเลเซียมีผลผลิตเฉลี่ยมากกว่า 1,500 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ เนื่องจากขาดการลงทุนปลูกทดแทนต้นยางเก่าที่เสื่อมส???าพซึ่งให้น้ำยางน้อยและ ขาดการพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้ผลผลิตยางธรรมชาติที่ได้จึงมีน้อยและคุณ???าพต่ำ เกษตรกรต้องยอมขายผลผลิตในราคาที่ต่ำตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตระหนักถึงจุดอ่อนของยางพาราที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ตั้งแต่ปี 2550 กระทรวงเกษตรได้มีโครงการให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้จำนวน 40 ล้านรูเปียะต่อเฮกตาร์แก่เกษตรรายย่อยเพื่อใช้ในการปลูกยางใหม่ โดยตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่เพาะปลูกให้ถึง 1.3 ล้านเฮกตาร์???ายในปี 2553 และต่อมา???าครัฐได้ขยายโครงการออกไปจนถึงปี 2557 โดยหวังจะให้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นอีก 4 แสนเฮกตาร์ รวมทั้งยังส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการเพาะปลูกและเทคโนโลยีการกรีดเพื่อ เพิ่มน้ำยางแก่เกษตรกร ซึ่งล่าสุดปี 2555 รัฐบาลวางแผนใช้งบประมาณ 5 ล้านล้านรูเปียะ หรือประมาณ 530 ล้านดอลลาร์สรอ. ในการพัฒนาพื้นที่ปลูกยางของรัฐ โดยลงทุนปลูกยางใหม่เพื่อหวังจะเพิ่ม productivity ให้ได้ถึง 1,300 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์???ายในปี 2557
นอกจากการดูแลอย่างต่อเนื่องของ???าครัฐ อินโดนีเซียยังมีข้อได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิตยาง กล่าวคือ ไม่มีการเก็บเงินสงเคราะห์หรือค่า CESS เหมือนอย่างไทยและมาเลเซีย ต้นทุนการส่งออกจึงถูกกว่า ทำให้สามารถแข่งขันทางด้านราคาได้ ประกอบกับอินโดนีเซียมีประชากรและกำลังแรงงานจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ขาดทักษะ ค่าจ้างในการกรีดยางและค่าจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมยางแปรรูปยังอยู่ในระดับ ต่ำและถูกกว่าเมื่อเทียบกับแรงงานไทย จึงทำให้ผลผลิตยางธรรมชาติจากอินโดนีเซียสามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่าคู่ แข่งรายอื่นในตลาดโลกได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง???ายใต้ส???าวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟ้นตัว ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยางล้อหลายบริษัทให้ความสำคัญกับต้นทุนวัตถุดิบที่ถูกลง ???ายใต้การรักษาคุณ???าพของผลิต???ัณฑ์ยางขั้นสุดท้าย (End products) เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยจะทำการซื้อยางจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานกระบวนการผลิตและคุณ???าพสินค้าตาม ที่กำหนด ซึ่งโรงงานแปรรูปยางในอินโดนีเซียหลายแห่งมีศักย???าพและสามารถผ่านเกณฑ์ มาตรฐานการตรวจสอบเหล่านี้ได้ ดังนั้นแนวโน้มการนำเข้ายางจากประเทศผู้ผลิตอย่างไทยหรืออินโดนีเซีย ราคาเปรียบเทียบ (Relative price) จึงเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญ
ฉะนั้น จะเห็นได้ว่า อินโดนีเซียจัดเป็นคู่แข่งทางด้านการผลิตที่น่าจับตามองของไทย เนื่องจากข้อได้เปรียบทางด้านแรงงาน การมีพื้นที่มาก ทำให้มีโอกาสขยายพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ จึงสามารถขายผลผลิตในตลาดโลกได้ในราคาที่ถูกกว่า เหล่านี้จึงเป็นสาเหตุทำให้ไทยถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไป นอกจากนี้การเร่งพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิ???าพการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (Yield) ซึ่งได้รับจากการสนับสนุนจาก???าครัฐอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้อินโดนีเซียแซงหน้ากลายเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพาราเป็น อันดับหนึ่งของโลกได้ จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของประเทศไทย
 
   บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย
   ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักข่าวอิน?โฟ?เควสท์ (IQ)

Rakayang.Com:
หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา TOCOM ได้ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนมาอยู่ที่ 287.9 เยน ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของโตช่วงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 จุดต่ำสุดอยู่ที่ 253.5 เยน 34.4 เยน ปรับตัวขึ้นมาโดยตลอด ซึ่ง ณ ตอนนี้ เส้นRSI ถึงสุด overbought จึงมีโอกาสย่อตัวลงมาได้แต่ในช่วงสั้นๆซึ่งมองว่า อาจจะได้เห็นการย่อตัวครึ่งทาง ระหว่างจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุด จะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 270.7 เยนอีกครั้งซึ่งถ้าดู ณ.ตอนนี้ความเป็นไปได้สูงเพราะ Tocom หลุดรับ 282 เยนลงมา รับต่อไปจะอยู่ที่ 275 เยน และ 270.7 ตามลำดับหากแต่ละจุดรับไม่อยู่แต่รอบนี้เป็นจังหวะที่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อถ้า TOCOM หลุดมาอยู่ระดับนี้ซึ่งเป็นจุดที่ TOCOM จะพักฐานเสร็จและจะกลับมาทะยานทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งและปัจจัยอีกอย่างคือ ตลาดยางจีนซึ่ง ณ ปัจจุบันปิดตลาดอยู่ที่ 19425 -425 หยวน หลุดรับสำคัญที่ 19430 หยวนลงมา สังเกตว่าจีนจะเปิดสูงและปิดต่ำมาตลอดในสัปดาห์นี้ จีนทำจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้ที่ 20050 หยวนซึ่งไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง
สรุป  มองTOCOM  ณ.เวลานี้มีโอกาสลงไปทดสอบ 275...270.7 ตามลำดับแนะรอจังหวะซื้อเมื่อตัวเลขดังกล่าวไม่หลุด
 
 
ปล.ความคิดเห็นส่วนตัว

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

ตอบ

Go to full version