ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่อง คุณคิดว่าอาชีพพ่อค้ายางยังทำเงินให้คุณได้อีกหรือ ?  (อ่าน 7031 ครั้ง)

หมิง

  • บุคคลทั่วไป
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน วันนี้ ต้าหมิงมาแปลก มาพร้อมบทความที่คุณและใครหลายคนไม่อยากคิด เพราะวันนี้มาพูดเรื่อง ซีเรียสมากๆ
ไม่ซีเรียสได้ไง ก็มันเป็นอาชีพที่เรากำลังทำอยู่ทุกวัน หลายคนอาจเคยตั้งคำถามนี้กับใจตนอยู่บ้าง แต่บางครั้งก็พยายามหลอกตนเองเสมอ..
บทความจากนี้ไปขอให้ตอบตนเอง ด้วยความจริงว่า อาชีพนี้ทำเงินให้คุณได้อีกหรือ? แล้วใครหลายคนอาจได้คำตอบจากบทความนี้
ประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมานี้ หรือ ตั้งแต่ราคายางพารา เหนือ 100 รอบที่สอง อยากให้เพื่อนๆพ่อค้ายางทุกๆท่านลองสำรวจตนเองว่า ตั้งแต่บัดนั้น จนกระทั่งถึงบัดนี้
ท่านทำกำไรจากการค้ายางได้เพียงพอกับการ จ่ายค่าแรงลูกน้องหรือกระทั่งจ่ายค่าแรงตนเองได้หรือไม่  ทำไมต้องถามหรือ? บอกได้เลยครับว่าสำหรับ พ่อค้าที่มี
อาชีพ รับซื้อขาย ยางแผ่น ในประเทศนี้ 70%  ตอบตนเองได้เลยว่า "ทำเงินไม่ได้" ......และมักจะมีคำถามต่อไปคือ " จะเป็นอย่างงี้อีกนานไหม " และสุดท้ายมักจะคิดอยู่ลึกๆ
ในใจว่า " หรือต้องเปลี่ยนอาชีพแล้ว " ....อันนี้ผมเข้าใจและเห็นใจครับ เพราะมาถึงตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า พ่อค้ายางมีชะตาไม่ต่างกับร้านทอง(อันนี้ไม่มองรายใหญ่ก่อนน่ะ)
ระบบมันเปลี่ยนครับ ระบบการซื้อขายยางมันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปเป็นหุ้นแล้วครับถึงวันนี้น่ะครับ ทองเปลี่ยนเป็นหุ้น 100% ไปแล้ว แต่ยางแผ่นยังเปลี่ยนแค่ 90%
หลายคนถามอ้าวทำไมยางยัง 90%ล่ะครับ.. อย่าลืมน่ะครับ ยางมีต้นทุน ยางมีฤดู ยางมีโรงงาน ยางมีรัฐบาล มันปั่นกันได้......(อิอิอิ จำได้น่ะตอนเมษา 56 ราคาจาก 70 รม มา 87 รม เพราะใคร ?)
เรามามองว่า สำหรับวงการยางแผ่น ใครที่อยู่ได้........ผมขอแบ่งได้ 3 จำพวกที่อยู่ได้น่ะ
1. โรงงานเพราะสายปานยาว
2. ปั๊วใหญ่ ที่ซื้อขาย ไวอาศัยปริมาณเพื่อทำกำไร หรือให้ลุกค้าเข้าบัญชีเขา กินส่วนต่าง
3. พ่อค้ายางที่มีเงินมากๆ แต่รับซื้อยางปริมาณไม่มาก ( ประเ???ทศรีทนได้ )
หลายคนอาจบอกว่า ฉันไม่ได้อยู่ในจำพวกนี้ ฉันก็อยู่ได้...บอกได้เลยครับ แสดงว่าคุณ ซื้อยางไม่มาก คู่แข่งน้อย ซื้อราคาไม่แพง ส่วนใหญ่ซื้อมาขายไป
และค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่มาก ( รวมทั้งอาจไม่เคยคิดค่าแรงตนเองลงในร้านยางเพราะมีรายได้จากด้านอื่นๆ แบบว่ารวย สวนยางเยอะ อิอิอิ )
สำหรับเพื่อนสมาชิกที่ไม่โกหกตนเองและตอบตนเองได้ว่า " จริงว่ะ 3 ปีนี้ ทำเงินไม่ได้เลย " ....ผมบอกได้เลยครับ ว่า คุณไม่ได้ทำผิด และ คุณไม่ได้โง่กว่าเพื่อนคนอื่น
เพียงแต่อยากให้คุณมาทบทวนว่า เราจะทนอยู่ในระบบการซื้อขายแบบใหม่นี้ได้ไหม..ผมบอกได้เลยครับมันเป็นยังงี้อีกนานเลย เพราะระบบการซื้อขายมันเปลี่ยน มันเป็นหุ้นไปแล้ว
อีกอย่าง คุณก็เปรียบเสมือน หมาล่าเนื้อแก่ๆ ที่โรงงาน จะปลดระวางแล้ว มีแค่บางคราวที่เขาจะโยนชิ้นเนื้อให้ เพื่อให้คุณพอประทั่งชีวิตต่อไปได้อีก ระยะหนึ่งก็เท่านั้น
ตลาดยางแผ่นนี้เป็นของ โรงงานและคนมีเงินเยอะๆครับ อย่างเราสู้เขาไม่ได้หรอกครับ อย่างดีเป็นได้แค่ หมาล่าเนื้อ ให้เขาก็แค่นั้นเอง
สิ่งที่คุณต้องคิด มีดังต่อไปนี้ครับ
1.ถ้าเราอยากจะเป็นพ่อค้าอีกต่อไปควรทำอย่างไร
2.ถ้าไม่ซื้อขายยางแผ่น จะไปทำอาชีพอะไร
มีแค่ 2 คำถามแค่นี้ครับ ไม่มาก เพราะระบบการซื้อขายมันเปลี่ยนถ้าคุณไม่พัฒนาตนเองก็คงต้องลาจากวงการ แต่ถึงคุณจะพัฒนาความรู้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะอยู่ได้น่ะ
ระบบการซื้อขายแบบหุ้น มันโหดร้ายมาก ไม่มีความปราณี ลากขึ้น ลากลง จนคุณ ก็ไม่ต่างอะไร จากเม่าในวงการหุ้น ( อ้าว ไปเกี่ยวอะไรกะเม่า หล่ะ )
ทุกวันนี้พ่อค้า ยางแผ่น ไม่ต่างอะไรจากเม่าหรอกครับ เพราะผลสุดท้ายคนที่ขาดทุนที่สุดไม่ใช่ ชาวสวนหรอกครับ คือพ่อค้าคนกลางที่ซื้อขายยางแผ่นนั่นเอง
ชาวสวนอาจเสียอารมณ์เวลายางลง แต่เขาไม่ได้ขาดทุนน่ะ แค่ได้เงินน้อยลง แต่ถ้าคุณยางเหลือแต่ราคาลง คุณขาดทุนน่ะครับ เคยสังเกตุไหมว่าตอนเราเก็บยาง เหลือยาง
โตค่อมขึ้นแต่โรงงานไม่ยอมขึ้นให้ บางทีโตค่อมขึ้น 10 เยน โรงงานขึ้นให้ 50 สตางค์ ข้ออ้างคือ ขายไม่ได้ เมืองนอกเงียบ ( ก็สงสัยเหมือนกันถ้ามันขายไม่ได้แล้วซื้อทำไมหว่า)
แต่ พอคุณขายล่วงซิ โตค่อมลงมันยังขึ้น 1 บาทเลย ข้ออ้างโรงงานสารพัด อ้างไม่มียางบ้าง ค้างส่งมอบบ้าง เห็นไหมครับ ว่าตลาดมันอยู่ที่โรงงานจริงๆ อยู่ที่เขาจะโยนเศษเนื้อให้คุณทานหรือไม่
ที่นี่มาจุดที่ตรงประเด็นน่ะครับ ...เคยสั่งเกตุไหมว่า 3 ปีนี้ คุณมีได้บ้างเสียบ้าง ผลสุดท้าย อาจไม่ได้อะไร แต่เมื่อก่อน ซื้อขายยางไม่ต้องรู้อะไรมากก็มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่ตอนนี้ขนาดพวกปั๊วใหญ่ๆ
ยังเอาตัวแทบไม่รอด...อย่าหลอกตนเองอีกต่อไปเลยครับ ถ้าคุณไม่เปลี่ยน ก็คงต้องเลิก ก่อนจะไม่มีทุนให้ทำอาชีพอื่น ต่อไปนี้จะมาบอกว่าถ้าคุณอยากซื้อขายยางแผ่นต่อต้องทำยังไง
1. ถ้าคุณไม่รู้เรื่องหุ้นยาง ก็คงต้องมีกุนซือหรืออาจาร์ยเจ๋งๆ แล้วทำตามที่เขาวิเคราะห์ แต่ต้องเข้าใจน่ะครับว่าไม่มีใครมองออก 100% อาจมีผิดบ้างแต่ขอให้ผิดน้อยสุดแล้วกัน
2. พยายามศึกษาเรื่องหุ้นยาง เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันกับเทรนของราคา ( บ้างก็คิดว่าถ้าเก่งหุ้นยางแล้วจะมาซื้อยางแผ่นให้ปวดหัวทำไม เล่นกระดาษไปเลยดีกว่าไม่ต้องมีลูกน้อง)
   อย่าลืมน่ะครับ หุ้นกระดาษมันไว คุณต้องติดตามตลอด ยางจริงยังมีช่วงเวลาให้คุณได้ขายทัน เคยสงสัยไหมครับทำไมบ้างพวกรู้ก่อนว่าราคาจะขึ้นจะลง ทำไมเราไม่รู้ง่ะ
3. หาซื้อเครื่องมื่อหรือข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์หุ้นยางเพื่อเป็นแนวทางการซื้อขาย
4. ซื้อมาขายไป ซื้อให้ถูกขายให้ได้ราคาและควบคุมค่าใช้จ่ายให้ต่ำ (กำไรคงไม่มากอาจขึ้นกับปริมาณ.หรือคงต้องรอวาสนา รอเศษเนื้อที่โรงงานโยนให้คุณทานบ้าง )
5. ศึกษา วิธีการซื้อขายแบบคนรวยให้ได้กำไร อันนี้บอกได้เลยครับว่า ไม่มีเงินมาก ทำไม่ได้ ( ประเ???ท ราคานี้ไม่ขายค่อยขายปีหน้าก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ควายเก็บที่ราคาสูงๆน่ะ)
6 .พัฒนาระบบการซื้อขาย(จะเก็บจะซื้อจะขายอย่างไร)และส???าพจิตใจของคุณเอง ทำอย่างไรให้กำไรสูงสุด ( อันนี้ผมไม่ได้บอกว่าคุณจะกำไรมากน่ะ แค่อาจจะไม่ขาดทุน )
7. ไหว้พระทำบุญมากๆ เผื่อจะมีใครเข้าฝันก่อนยางลง ครับ
สรุป  คุณต้องพัฒนาตนเองให้ทันกับระบบซื้อขายยางแบบใหม่ครับ อย่าท้อครับ
โปรดอย่าถามน่ะครับว่า เมื่อไหร่ระบบยางจะกลับไปทำกำไรได้ง่ายๆเหมื่อนเดิม ..หมิง..ตอบได้เลยครับว่า " ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว " เพลงของโอเวชั่น น่ะ
ถ้าท่านจะอยู่ต่อไป มันก็จะเป็นแบบนี้หล่ะครับ " กินหมูติดมันคงยากส์แล้ว อย่างหรูคงได้กินแค่เพียงหมูติดกระดูก " หรือเศษเนื้อที่โรงงานให้คุณทานพอประทั้งชีวิต ต้องอย่าโล???แล้วครับ
ท่านอาจจะต้องหัดมาหยิบเหรียญบาทบ้าง อย่ามามั่วรอ เหรียญห้า เหรียญสิบ เพราะจากที่ท่านได้อยู่รอไปรอมา อาจเข้าเนื้อแทนครับ(ได้กำไรเยอะๆแบบแต่ก่อน คงนานๆมีทีครับ)
คิดดีๆน่ะครับ  คิด....แบบไม่หลอกตนเอง ถึงเวลาต้องเปลี่ยนครับ จะเปลี่ยนตน เปลี่ยนระบบ หรือ เปลี่ยนอาชีพ ก็ว่าไป เราจะเปลี่ยนตนเอง หรือจะรอให้คนอื่นเปลี่ยนเราครับ
ดั่งคำฝรั่งมันพูด  " คนชนะย่อมไม่ต้องเปลี่ยน คนแพ้มักต้องเปลี่ยน"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 09:13:16 AM โดย Rakayang.Com »

manrayy

  • บุคคลทั่วไป

นุ

  • บุคคลทั่วไป

หญ้าคา

  • บุคคลทั่วไป

รวมถึงพ่อค้าที่ค้าแต่เศษยางด้วยหรือเปล่าอยากฝากไปถามพ่อค้าทางอีสานดูหน่อย(ทางอีสานไม่นิยมทำแผ่น)

นุ่ย

  • บุคคลทั่วไป
คนที่ได้ประโยชน์ ธนาคารที่เราผ่านเงิน เก็บค่าธรรมเนียม ห้าๆ