***ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 34.86 จุด หุ้น UnitedHealth พุ่งหนุนตลาด
ข่าวต่างประเทศ Saturday August 16, 2025 06:32 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (15 ส.ค.) หลังจากทำสถิติสูงสุดระหว่างวัน โดยได้แรงหนุนจากการที่หุ้น UnitedHealth พุ่งขึ้น หลังบริษัท Berkshire Hathaway เพิ่มการถือครอง ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ลดลง เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ผสมผสานกันทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,946.12 จุด เพิ่มขึ้น 34.86 จุด หรือ +0.08%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,449.80 จุด ลดลง 18.74 จุด หรือ -0.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,622.98 จุด ลดลง 87.69 จุด หรือ -0.40%
แต่ทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวขึ้นได้เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน จากความคาดหวังว่า เฟดอาจกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย.
ความอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในช่วงหลัง และสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อจากภาษียังไม่สะท้อนในดัชนีราคาผู้บริโภคหลัก ทำให้นักลงทุนมั่นใจในโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนหน้า
ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.74%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.94% และดัชนี Nasdaq บวก 0.81%
บรรดานักลงทุนยังคงจับตาการพบปะกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งนักลงทุนหวังว่าจะช่วยปูทางไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งในยูเครน และอาจส่งผลต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ โดยทั้งสองผู้นำได้เริ่มหารือกันที่รัฐอะแลสกาในช่วงบ่ายวันศุกร์
หุ้น UnitedHealth Group พุ่งเกือบ 12% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายวันมากที่สุดตั้งแต่เดือนมี.ค. 2563 หลังบริษัท Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เปิดเผยการลงทุนครั้งใหม่ในบริษัทประกันสุขภาพแห่งนี้ ขณะที่กองทุน Scion Asset Management ของไมเคิล เบอร์รี ก็เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นดังกล่าว
ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์พุ่งขึ้น 1.65% ในวันศุกร์ และปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2565
สำหรับหุ้นรายตัวอื่น ๆ นั้น หุ้น Applied Materials ร่วงลง 14% หลังคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4 อ่อนแอ, หุ้น Bank of America ลดลง 1.6% หลัง Berkshire Hathaway ลดการถือครองลง 4.2% เหลือ 605.3 ล้านหุ้น แต่ยังถือหุ้นอยู่ราว 8% และหุ้น Intel พุ่งขึ้น 2.9% หลังมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเข้าซื้อหุ้นของบริษัท
***ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดลบ $1.16 นลท.รอผลเจรจาทรัมป์-ปูติน
ข่าวต่างประเทศ Saturday August 16, 2025 06:48 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (15 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอผลการเจรจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียจากการทำสงครามในยูเครน
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.16 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.81% ปิดที่ 62.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 99 เซนต์ หรือ 1.48% ปิดที่ 65.85 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.7% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 1.1%
ทรัมป์เดินทางถึงรัฐอะแลสกาในวันศุกร์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับปูติน หลังจากกล่าวว่า เขาต้องการเห็นการหยุดยิงในสงครามยูเครน "ภายในวันนี้" โดยเขาเชื่อว่ารัสเซียพร้อมจะยุติสงคราม แต่ก็ขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรกับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากการเจรจาสันติภาพไม่มีความคืบหน้า
ปูตินเดินทางถึงเมืองแองเคอเรจแล้วเช่นกัน ขณะที่ ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินระบุว่า รัสเซียคาดหวังว่าการหารือครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หากการเจรจาไม่คืบหน้า ทรัมป์อาจขู่เพิ่มแรงกดดันทางภาษีต่ออินเดีย และอาจรวมถึงจีนเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดน้ำมันมีความระมัดระวัง และหากมีการประกาศหยุดยิง จะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดน้ำมันในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากจีนเพิ่มความกังวลต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยข้อมูลทางการบ่งชี้ว่าการผลิตภาคโรงงานในเดือนก.ค. ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 8 เดือน และยอดค้าปลีกเติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. แม้ว่าปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 8.9% จากปีก่อน แต่ลดลงจากระดับเดือนมิ.ย. ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2566 และการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนก็สะท้อนถึงความต้องการใช้ในประเทศที่ลดลง
ส่วนปัจจัยกดดันอื่น ๆ นั้นรวมถึงการคาดการณ์ว่า ตลาดน้ำมันจะมีอุปทานส่วนเกินเพิ่มขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงนานขึ้น
ข้อมูลจาก Baker Hughes ระบุว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอุปทานในอนาคต เพิ่มขึ้น 1 แท่นในสัปดาห์นี้ มาอยู่ที่ 412 แท่น
นักวิเคราะห์จากแบงก์ออฟอเมริกาปรับเพิ่มคาดการณ์ส่วนเกินน้ำมันในตลาด โดยประเมินว่าจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 890,000 บาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2568 ถึงเดือนมิ.ย. 2569 เนื่องจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มโอเปกพลัสซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกโอเปก รัสเซีย และพันธมิตรอื่น ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในสัปดาห์นี้ที่ระบุว่า ตลาดน้ำมันกำลังล้นตลาด หลังโอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตล่าสุด
***ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ 60 เซนต์ ตลาดจับตาผลเจรจาทรัมป์-ปูติน
ข่าวต่างประเทศ Saturday August 16, 2025 06:59 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (15 ส.ค.) หลังข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดได้ลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนหันไปจับตาการเจรจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 60 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 3,382.60 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยปรับตัวลง หลังจากข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดีบ่งชี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปี ทำให้นักลงทุนประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. ที่ 89.1% ลดลงจากประมาณ 95% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลนี้
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า แม้ราคาทองคำทรงตัวในวันศุกร์ แต่ก็อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับผลการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และปูตินที่รัฐอะแลสกา ซึ่งมีเป้าหมายหารือข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน
โดยทั่วไปแล้ว ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และอัตราดอกเบี้ยต่ำมักหนุนความต้องการทองคำ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์จะรุนแรงขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นักวิเคราะห์กล่าวว่า มุมมองเชิงบวกต่อทองคำยังคงอยู่ โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มการเพิ่มภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ตลาดแรงงานที่อ่อนแอและราคาสินค้าที่สูงขึ้นอาจชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาส 3