ผู้เขียน หัวข้อ: World Marketsสรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ  (อ่าน 79 ครั้ง)

Rakayang.Com

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 90656
    • ดูรายละเอียด

***ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $49.90 รับคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ย-แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย


ข่าวต่างประเทศ Saturday December 27, 2025 06:54 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย


ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 49.90 ดอลลาร์ หรือ 1.11% ปิดที่ 4,552.70 ดอลลาร์/ออนซ์


นักวิเคราะห์จาก Zaner Metals ระบุว่า ความคาดหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดในปี 2569, ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง และแม้ว่ามีความเสี่ยงจากการเทขายทำกำไรก่อนสิ้นปี แต่แนวโน้มราคาทองคำก็ยังคงแข็งแกร่ง


ตลาดคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569 โดยครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี จากการคาดเดาว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจแต่งตั้งประธานเฟดที่เน้นผ่อนคลายนโยบายการเงิน


ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของทองคำที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์สำหรับนักลงทุนต่างประเทศ


ด้านภูมิรัฐศาสตร์นั้น ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอซิสในไนจีเรียตอนเหนือ


นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ราคาทองคำมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 4,686.61 ดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสแตะ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า


ทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นปีนี้สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2522 โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายผ่อนคลายของเฟด, การซื้อของธนาคารกลาง, เงินทุนไหลเข้าของกองทุน ETF ทองคำ และแนวโน้มการลดใช้สกุลเงินดอลลาร์


ด้านอุปสงค์ที่แท้จริงนั้น ราคาทองในอินเดียมีส่วนลดมากขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 เดือน เนื่องจากราคาทองที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ยอดขายปลีกชะลอตัวลง ขณะที่ในจีนนั้น ส่วนลดราคาทองลดลงอย่างมาก หลังราคาเพิ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีเมื่อสัปดาห์ก่อน

***ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดร่วงกว่า 2% นักลงทุนจับตาน้ำมันล้นตลาด-สันติภาพยูเครน


ข่าวต่างประเทศ Saturday December 27, 2025 06:42 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงมากกว่า 2% ในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) ขณะที่นักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก พร้อมติดตามความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพยูเครน-รัสเซียก่อนการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ระหว่างประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ


ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 2.76% ปิดที่ 56.74 ดอลลาร์/บาร์เรล


ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ปิดที่ 60.64 ดอลลาร์/บาร์เรล


แม้ว่าการหยุดชะงักด้านอุปทานช่วยให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. แต่ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มลดลงหนักที่สุดในรอบปีนับตั้งแต่ปี 2563 โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ลดลง 19% และ 21% ตามลำดับในปีนี้ เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดในปีหน้า


รายงานตลาดน้ำมันเดือนธ.ค. ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ในปีหน้าปริมาณน้ำมันโลกจะเกินความต้องการอยู่ที่ 3.84 ล้านบาร์เรลต่อวัน


นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้ากระบวนการสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนและผลกระทบต่อราคาน้ำมันในอนาคต เนื่องจากข้อตกลงสันติภาพอาจนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซีย


เซเลนสกีและทรัมป์จะหารือกันที่ฟลอริดาในวันอาทิตย์นี้ (28 ธ.ค.) เกี่ยวกับประเด็นดินแดนซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจายุติสงคราม โดยกรอบสันติภาพ 20 ประเด็นและข้อตกลงรับประกันความมั่นคงใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และประธานาธิบดียูเครนระบุว่า หลายเรื่องจะสามารถตัดสินได้ก่อนปีใหม่


เซเลนสกียังเปิดเผยกับ Axios ว่า เขาพร้อมจัดการลงประชามติในกรอบสันติภาพที่ตกลงกัน หากรัสเซียตกลงหยุดยิง


เจ้าหน้าที่ด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลังจากรัสเซียได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพยูเครนจากสหรัฐฯ


ทำเนียบขาวยังคงสั่งให้กองทัพมุ่งเน้นไปที่การสกัดกั้นน้ำมันจากเวเนซุเอลาอย่างน้อยสองเดือนข้างหน้า ซึ่งแสดงว่า สหรัฐฯ สนใจใช้มาตรการทางเศรษฐกิจมากกว่ามาตรการทางทหารเพื่อกดดันเวเนซุเอลา


นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้มีความเสี่ยงเกี่ยวกับน้ำมันของเวเนซุเอลา แต่ตลาดโดยรวมยังคงให้ความสำคัญกับปริมาณน้ำมันล้นตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น

***ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 20.19 จุด ซื้อขายเบาบางหลังวันคริสต์มาส


ข่าวต่างประเทศ Saturday December 27, 2025 06:30 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (26 ธ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบางหลังวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส ขณะที่ไม่มีปัจจัยกระตุ้นตลาดที่ชัดเจนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง


ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,710.97 จุด ลดลง 20.19 จุด หรือ -0.04%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,929.94 จุด ลดลง 2.11 จุด หรือ -0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,593.10 จุด ลดลง 20.21 จุด หรือ -0.09%


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ตัวปิดตลาดลดลงเล็กน้อย โดยยุติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 5 วัน แต่ยังบวกขึ้นในรอบสัปดาห์นี้


นักลงทุนจับตาสัญญาณปรากฏการณ์ตามฤดูกาลที่เรียกว่าซานตาคลอสแรลลี (Santa Claus rally) ซึ่งดัชนี S&P500 จะปรับตัวขึ้นใน 5 วันทำการสุดท้ายของปีปัจจุบันและ 2 วันแรกของปีถัดไป โดยเริ่มตั้งแต่วันพุธ (24 ธ.ค.) และจะสิ้นสุดในวันที่ 5 ม.ค. การทะยานขึ้นนั้นจะเป็นสัญญาณดีสำหรับการลงทุนในปี 2569


ตลาดเหลือเพียง 3 วันทำการสุดท้ายในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลเรื่องภาษีศุลกากร ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเติบโตอย่างรวดเร็วของหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้นักลงทุนเผชิญกับความผันผวน แต่ดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวโดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่ประกอบด้วยหุ้นเทคโนโลยี ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์สองหลัก


ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี S&P500 นั้น กลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้นสูงสุด ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวต่ำสุด


นับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มบริการสื่อสาร กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มอุตสาหกรรมทำผลงานเหนือกว่าตลาดโดยรวม ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มเดียวที่ติดลบในปีนี้


หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.0% หลังจากบริษัทชิป AI ตกลงอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีชิปจากสตาร์ตอัป Groq และว่าจ้าง CEO ของบริษัทนั้นด้วย


หุ้น Target พุ่งขึ้น 3.1% หลัง Financial Times รายงานว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ Toms Capital Investment Management ที่ลงทุนในบริษัทอย่างมากนั้น กำลังพยายามผลักดันให้ Target เปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้นักลงทุน


หุ้นเหมืองโลหะมีค่าที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เช่น First Majestic, Coeur Mining และ Endeavour Silver ปรับตัวขึ้นระหว่าง 1.2% ถึง 3.0% เนื่องจากราคาทองและโลหะเงินพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่