เมนูหลัก
หน้าแรก กระทู้ Vip/Premium
กลับห้อง (VIP)คุยหลังไมค์...คาดการณ์แนวโน้ม โดยทีมงานราคายางดอทคอม

คาดการณ์แนวโน้มราคายางประจำสัปดาห์ที่ 16-21 ธันวามคม 2556

(VIP)คุยหลังไมค์...คาดการณ์แนวโน้ม โดยทีมงานราคายางดอทคอม 11,324 เข้าชม
R
Rakayang.Com
16 ธ.ค. 2556
  คาดการณ์แนวโน้มราคายางประจำสัปดาห์ที่ 16-21 ธันวามคม 2556
        Tocom กรอบแนวรับ 282.7แนวต้าน 287.4เช้านี้ทะยานไปทำhi 287.9 +4.2เยน ก่อนที่จะมีแรงขายออกมาสั้นๆ ทั้งนี้นลท.ส่วนใหญ๋รอประกาศตัวเลขจีน - HSBC เผยดัชนี PMI ???าคการผลิตเบื้องต้นจีนเดือนธ.ค.ลดลงแตะ 50.5 แต่ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรม???าคการผลิตของจีนมีการขยายตัวจากเดือนก่อน แต่บวกกับเจอแรงกดดันจากสต๊อคยางจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน ณ วันที่ 13 ธ.ค มีปริมาณเพิ่มขึ้น 3,858 ตันอยู่ที่ระดับ 165,754 ตันอาจจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้ยาง Tocom ยังวิ่งอยู่ในกรอบ แต่เส้นRSI เริ่มเข้าเขต Overbought ระยะสั้นอาจมีพักฐานอีกรอบ ระยะยาวมองเป็นทิศทางขาขึ้นอยู่ กลยุทธ์สัปดาห์นี้ ถ้าTocomวิ่งไป 287.4 และสามารถยืนได้จุดต้านสำคัญต่อไปคือ 290.3 ซึ่งได้ทำไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ย 2556 แต่ในทางกลับกันถ้าTocom ไม่สามารถผ่านต้าน 287.4ได้แนะนำให้เปิดสถานะขายเล่นสั้นแนะให้เล่นตามกรอบจะช่วยลดความเสี่ยง

      AFET ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าจะอ่อนไหวกับข่าวทั้งในและนอกประเทศมากซึ่ง ณ.เวลากระแสการเมืองในประเทศก็มีผลทำให้นลท.ไม่กล้าที่จะเข้าตลาด และเกาะติดคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีกำหนดประชุมในวันอังคารและพุธนี้ ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่าเฟดจะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลงเมื่อใด ปัจจัยพวกนี้ทำให้ตลาด afet ในสัปดาห์นี้คงจะไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร ก็ยังมองในกรอบเดิมที่ 84.5-88.5

      ส่วนราคายางจริง มองว่ายังสดใสอยู่เพราะช่วงนี้ รง.หลายแห่งต้องเริ่มซื้อยางเพื่อผลิตและส่งมอบในเดือน ม.ค-ก.พ ราคายางแผ่นอาจได้เห็น 80 รม แต่ราคาเศษยางจะทรงๆเคลื่อนไหวไม่มากเพราะเนื่องจากช่วงนี้ ผลผลิตที่ออกมาในช่วงหน้าหนาวความเข้มข้นของเนื้อน้ำยางจะน้อยลง ส่งผลให้เศษยางขาดน้ำมากและทำให้โรงงานกด% ในช่วงนี้
R
Rakayang.Com
16 ธ.ค. 2556
ตารางเปลี่ยนเดือน TOCOM ปี 2013
1. Last Trading Day and Delivery Day 
[table][tr][td]2013[/td][td][/td][td]Rubber[/td][td][/td][td][/td][td]Precious Metals[/td][/tr][tr][td]Last Trading Day[/td][td]Delivery Day[/td][td]Last Trading Day[/td][td]Delivery Day[/td][td]Last Trading Day for Gold Options
[contract month]
[/td][/tr][tr][td]January[/td][td]25 (Fri)[/td][td]31 (Thu)[/td][td]-[/td][td]-[/td][td]31 (Thu)
[FEB]
[/td][/tr][tr][td]February[/td][td]22 (Fri)[/td][td]28 (Thu)[/td][td]25 (Mon)[/td][td]28 (Thu)[/td][td]-[/td][/tr][tr][td]March[/td][td]25 (Mon)[/td][td]29 (Fri)[/td][td]-[/td][td]-[/td][td]29 (Fri)
[APR]
[/td][/tr][tr][td]April[/td][td]23 (Tue)[/td][td]30 (Tue)[/td][td]24 (Wed)[/td][td]30 (Tue)[/td][td]-[/td][/tr][tr][td]May[/td][td]27 (Mon)[/td][td]31 (Fri)[/td][td]-[/td][td]-[/td][td]31 (Fri)
[JUN]
[/td][/tr][tr][td]June[/td][td]24 (Mon)[/td][td]28 (Fri)[/td][td]25 (Tue)[/td][td]28 (Fri)[/td][td]-[/td][/tr][tr][td]July[/td][td]25 (Thu)[/td][td]31 (Wed)[/td][td]-[/td][td]-[/td][td]31 (Wed)
[AUG]
[/td][/tr][tr][td]August[/td][td]26 (Mon)[/td][td]30 (Fri)[/td][td]27 (Tue)[/td][td]30 (Fri)[/td][td]-[/td][/tr][tr][td]September[/td][td]24 (Tue)[/td][td]30 (Mon)[/td][td]-[/td][td]-[/td][td]30 (Mon)
[OCT]
[/td][/tr][tr][td]October[/td][td]25 (Fri)[/td][td]31 (Thu)[/td][td]28 (Mon)[/td][td]31 (Thu)[/td][td]-[/td][/tr][tr][td]November[/td][td]25 (Mon)[/td][td]29 (Fri)[/td][td]-[/td][td]-[/td][td]29 (Fri)
[DEC]
[/td][/tr][tr][td]December[/td][td]20 (Fri)[/td][td]27 (Fri)[/td][td]24 (Tue)[/td][td]27 (Fri)[/td][td] -

             
สรุป โตคอมเดือนส่งมอบ Dec2013 สิ้นสุดวันสุดท้ายในวันที่ 20 ธันวาคม และเริ่มเทรดเดือนใหม่ June 2014 ในวันที่ 24 ธันวาคม เนื่องจากวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2556 ตลาดโตคอมปิดวัน The Emperor's Birthday[/td][/tr][/table]
R
Rakayang.Com
17 ธ.ค. 2556
Last Trading Day and Delivery Day(ตารางเปลี่ยนเดือนและส่งมอบ) Tocom [table]  [tr] [td]2014[/td] [td][/td][td]Rubber[/td] [td][/td][td][/td][td]Precious Metals[/td][/tr] [tr] [td]Last Trading Day[/td] [td]Delivery Day[/td] [td]Last Trading Day[/td] [td]Delivery Day[/td] [td]Last Trading Day for Gold Options [contract month][/td][/tr] [tr] [td]January[/td] [td]27 (Mon)[/td] [td]31 (Fri)[/td] [td]-[/td] [td]-[/td] [td]31 (Fri) [FEB][/td][/tr] [tr] [td]February[/td] [td]24 (Mon)[/td] [td]28 (Fri)[/td] [td]25 (Tue)[/td] [td]28 (Fri)[/td] [td]-[/td][/tr] [tr] [td]March[/td] [td]25 (Tue)[/td] [td]31 (Mon)[/td] [td]-[/td] [td]-[/td] [td]31 (Mon) [APR][/td][/tr] [tr] [td]April[/td] [td]23 (Wed)[/td] [td]30 (Wed)[/td] [td]24 (Thu)[/td] [td]30 (Wed)[/td] [td]-[/td][/tr] [tr] [td]May[/td] [td]26 (Mon)[/td] [td]30 (Fri)[/td] [td]-[/td] [td]-[/td] [td]30 (Fri) [JUN][/td][/tr] [tr] [td]June[/td] [td]24 (Tue)[/td] [td]30 (Mon)[/td] [td]25 (Wed)[/td] [td]30 (Mon)[/td] [td]-[/td][/tr] [tr] [td]July[/td] [td]25 (Fri)[/td] [td]31 (Thu)[/td] [td]-[/td] [td]-[/td] [td]31 (Thu) [AUG][/td][/tr] [tr] [td]August[/td] [td]25 (Mon)[/td] [td]29 (Fri)[/td] [td]26 (Tue)[/td] [td]29 (Fri)[/td] [td]-[/td][/tr] [tr] [td]September[/td] [td]24 (Wed)[/td] [td]30 (Tue)[/td] [td]-[/td] [td]-[/td] [td]30 (Tue) [OCT][/td][/tr] [tr] [td]October[/td] [td]27 (Mon)[/td] [td]31 (Fri)[/td] [td]28 (Tue)[/td] [td]31 (Fri)[/td] [td]-[/td][/tr] [tr] [td]November[/td] [td]21 (Fri)[/td] [td]28 (Fri)[/td] [td]-[/td] [td]-[/td] [td]28 (Fri) [DEC][/td][/tr] [tr] [td]December[/td] [td]19 (Fri)[/td] [td]26 (Fri)[/td] [td]22 (Mon)[/td] [td]26 (Fri)[/td] [td] -[/td][/tr][/table] 
17-18 ธ.ค. 56 สหรัฐ : คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประชุมนโยบายการเงินและกำหนดอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐ : ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยคาดการณ์เศรษฐกิจ (เช้าวันที่ 19 ธ.ค.)สหรัฐ : คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (เช้าวันที่ 19 ธ.ค.) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย และเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด แถลงข่าว
R
Rakayang.Com
17 ธ.ค. 2556
จับตา ?ยางพาราอินโดนีเซีย: ความท้าทายต่อยางไทยในอนาคต?


กฤษณี พิสิฐศุ???กุล ธันวาคม 2556  ตั้งแต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกฟ้นตัวจากวิกฤตการเงินโลกปี 2552 ตลาดยางกลับมาสู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากฐานะทางการเงินและพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีของประเทศในแถบเอเชีย ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ขยายตัว จีนและอินเดียมีการนำเข้ายางธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงปี 2553 ราคายางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จนสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อไตรมาส 1 ปี 2554 โดยราคายางในตลาดโลกเพิ่มสูงถึง 5.75 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม ตลาดยางโลกที่ฟ้นตัวทำให้หลายประเทศผู้ผลิตเร่งผลิตยางธรรมชาติและส่งออก เพื่อรองรับความต้องการบริโ???คยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอินโดนีเซียเร่งพัฒนาการปลูกและส่งออกยาง ???ายใต้แผนแม่บทเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจหรือ Master Plan for Acceleration and Expansion of Indonesia Economic Development 2011-2025 โดยวางเป้าหมายพัฒนาและยกระดับ???าคการเกษตรที่สำคัญ ซึ่งแผนนี้วางเป้าหมายให้เกาะสุมาตราเป็นแกนหลักในการผลิตและเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมยางพาราแปรรูป เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกยางธรรมชาติแห่งใหญ่ของประเทศ
ปัจจุบัน อินโดนีเซียเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพาราอันดับ 2 ของโลกรองจากไทย ในปี 2555 มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 3.46 ล้านเฮกตาร์1 ให้ผลผลิต 3.07 ล้านตัน พื้นที่ที่ปลูกมากอันดับ 1 คือ เกาะสุมาตรา รองลงมา คือ กาลิมันตัน และจัมบี้ ผลผลิตยางธรรมชาติส่วนใหญ่ได้มาจากเกษตรกรรายย่อย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 85 ที่เหลือเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่และพื้นที่ของรัฐคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8 และ 7 ตามลำดับ โดยผลผลิตประมาณร้อยละ 90 จะถูกนำไปแปรรูปเป็นยางแท่งเพื่อส่งออกไปยังตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น
เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย (Smallholders) การปลูกจึงมีลักษณะแบบสวนป่า กล้ายางที่ใช้ยังเป็นพันธุ์เก่า ทำให้มีผลิต???าพการผลิต (productivity) ค่อนข้างต่ำ จากข้อมูลของสมาคมยางพาราอินโดนีเซีย (GAPKINDO) อินโดนีเซียมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 880-1,000 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ ในขณะที่ไทยและมาเลเซียมีผลผลิตเฉลี่ยมากกว่า 1,500 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ เนื่องจากขาดการลงทุนปลูกทดแทนต้นยางเก่าที่เสื่อมส???าพซึ่งให้น้ำยางน้อยและ ขาดการพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้ผลผลิตยางธรรมชาติที่ได้จึงมีน้อยและคุณ???าพต่ำ เกษตรกรต้องยอมขายผลผลิตในราคาที่ต่ำตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตระหนักถึงจุดอ่อนของยางพาราที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ตั้งแต่ปี 2550 กระทรวงเกษตรได้มีโครงการให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้จำนวน 40 ล้านรูเปียะต่อเฮกตาร์แก่เกษตรรายย่อยเพื่อใช้ในการปลูกยางใหม่ โดยตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่เพาะปลูกให้ถึง 1.3 ล้านเฮกตาร์???ายในปี 2553 และต่อมา???าครัฐได้ขยายโครงการออกไปจนถึงปี 2557 โดยหวังจะให้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นอีก 4 แสนเฮกตาร์ รวมทั้งยังส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการเพาะปลูกและเทคโนโลยีการกรีดเพื่อ เพิ่มน้ำยางแก่เกษตรกร ซึ่งล่าสุดปี 2555 รัฐบาลวางแผนใช้งบประมาณ 5 ล้านล้านรูเปียะ หรือประมาณ 530 ล้านดอลลาร์สรอ. ในการพัฒนาพื้นที่ปลูกยางของรัฐ โดยลงทุนปลูกยางใหม่เพื่อหวังจะเพิ่ม productivity ให้ได้ถึง 1,300 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์???ายในปี 2557
นอกจากการดูแลอย่างต่อเนื่องของ???าครัฐ อินโดนีเซียยังมีข้อได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิตยาง กล่าวคือ ไม่มีการเก็บเงินสงเคราะห์หรือค่า CESS เหมือนอย่างไทยและมาเลเซีย ต้นทุนการส่งออกจึงถูกกว่า ทำให้สามารถแข่งขันทางด้านราคาได้ ประกอบกับอินโดนีเซียมีประชากรและกำลังแรงงานจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ขาดทักษะ ค่าจ้างในการกรีดยางและค่าจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมยางแปรรูปยังอยู่ในระดับ ต่ำและถูกกว่าเมื่อเทียบกับแรงงานไทย จึงทำให้ผลผลิตยางธรรมชาติจากอินโดนีเซียสามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่าคู่ แข่งรายอื่นในตลาดโลกได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง???ายใต้ส???าวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟ้นตัว ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยางล้อหลายบริษัทให้ความสำคัญกับต้นทุนวัตถุดิบที่ถูกลง ???ายใต้การรักษาคุณ???าพของผลิต???ัณฑ์ยางขั้นสุดท้าย (End products) เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยจะทำการซื้อยางจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานกระบวนการผลิตและคุณ???าพสินค้าตาม ที่กำหนด ซึ่งโรงงานแปรรูปยางในอินโดนีเซียหลายแห่งมีศักย???าพและสามารถผ่านเกณฑ์ มาตรฐานการตรวจสอบเหล่านี้ได้ ดังนั้นแนวโน้มการนำเข้ายางจากประเทศผู้ผลิตอย่างไทยหรืออินโดนีเซีย ราคาเปรียบเทียบ (Relative price) จึงเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญ
ฉะนั้น จะเห็นได้ว่า อินโดนีเซียจัดเป็นคู่แข่งทางด้านการผลิตที่น่าจับตามองของไทย เนื่องจากข้อได้เปรียบทางด้านแรงงาน การมีพื้นที่มาก ทำให้มีโอกาสขยายพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ จึงสามารถขายผลผลิตในตลาดโลกได้ในราคาที่ถูกกว่า เหล่านี้จึงเป็นสาเหตุทำให้ไทยถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไป นอกจากนี้การเร่งพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิ???าพการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (Yield) ซึ่งได้รับจากการสนับสนุนจาก???าครัฐอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้อินโดนีเซียแซงหน้ากลายเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพาราเป็น อันดับหนึ่งของโลกได้ จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของประเทศไทย

[hr]
  บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย
  ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักข่าวอิน?โฟ?เควสท์ (IQ)
R
Rakayang.Com
17 ธ.ค. 2556
หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา TOCOM ได้ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนมาอยู่ที่ 287.9 เยน ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของโตช่วงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 จุดต่ำสุดอยู่ที่ 253.5 เยน 34.4 เยน ปรับตัวขึ้นมาโดยตลอด ซึ่ง ณ ตอนนี้ เส้นRSI ถึงสุด overbought จึงมีโอกาสย่อตัวลงมาได้แต่ในช่วงสั้นๆซึ่งมองว่า อาจจะได้เห็นการย่อตัวครึ่งทาง ระหว่างจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุด จะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 270.7 เยนอีกครั้งซึ่งถ้าดู ณ.ตอนนี้ความเป็นไปได้สูงเพราะ Tocom หลุดรับ 282 เยนลงมา รับต่อไปจะอยู่ที่ 275 เยน และ 270.7 ตามลำดับหากแต่ละจุดรับไม่อยู่แต่รอบนี้เป็นจังหวะที่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อถ้า TOCOM หลุดมาอยู่ระดับนี้ซึ่งเป็นจุดที่ TOCOM จะพักฐานเสร็จและจะกลับมาทะยานทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งและปัจจัยอีกอย่างคือ ตลาดยางจีนซึ่ง ณ ปัจจุบันปิดตลาดอยู่ที่ 19425 -425 หยวน หลุดรับสำคัญที่ 19430 หยวนลงมา สังเกตว่าจีนจะเปิดสูงและปิดต่ำมาตลอดในสัปดาห์นี้ จีนทำจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้ที่ 20050 หยวนซึ่งไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง
สรุป  มองTOCOM  ณ.เวลานี้มีโอกาสลงไปทดสอบ 275...270.7 ตามลำดับแนะรอจังหวะซื้อเมื่อตัวเลขดังกล่าวไม่หลุด


ปล.ความคิดเห็นส่วนตัว
R
Rakayang.Com
18 ธ.ค. 2556
การประชุมFed ผ่านไปวันแรกยังไม่มีสัญญาณใดๆที่ชัดเจนออกมามีแต่ความกังวลของนักลงทุนที่สะท้อนผ่านตลาดเงินและตลาดทุนทำให้มีความเคลื่อนไหวที่ผันผวน หลังจากการประชุม Fed จบแล้ว ต้องจับตาท่าทีของสหรัฐ ในช่วงต้นปีหน้าเพราะ 15 ม.ค.จะครบกำหนดการเปิดหน่วยงานรัฐชั่วคราวหลังจากที่ Government Shutdown ไปและ7 ก.พ. สิ้นสุดการขยายเพดานหนี้ ต้องติดตามการประชุมFedในเดือนม.ค.และท่าทีของประธานFed คนใหม่ นาง เจเนต เยลเลน ว่าจะมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร
อ้างอิง ข้อมูลจาก DS Futures
R
Rakayang.Com
19 ธ.ค. 2556
สรุป การกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประชุมนโยบายการเงินและกำหนดอัตราดอกเบี้ย ณ.วันที่ 17-18 /ธ.ค/56
      เฟดประเดิมหั่น QE 1 หมื่นล้านดอลล์ พร้อมส่งสัญญาณทยอยลดวงเงินต่อไป คณะกรรมการกาหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติในการประชุมวานนี้ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 เสียงเห็นพ้องให้ปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้าประกันจากสัญญาจานอง (MBS) ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยปรับลดลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เฟดระบุว่า เฟดได้ปรับลดอัตราการซื้อตราสารหนี้ลงเล็กน้อย เนื่องจากส???าวะตลาดแรงงานมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เฟดยังแถลงว่า จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นใกล้ระดับ 0% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้อัตราการว่างงานจะอยู่ต่ากว่าระดับ 6.5% ขณะเดียวกัน เฟดได้ส่งสัญญาณการปรับลดมาตรการ QE ต่อไป โดยระบุว่า ทางคณะกรรมการมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราการซื้อตราสารหนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในการประชุมครั้งต่อๆไป ถ้าหากตัวเลขเศรษฐกิจยังคงปรับตัวดีขึ้น



        ประกาศดังกล่าวส่งผลให้เยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ เหตุธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดลดวงเงินมาตรการ QE วานนี้ หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ประกอบกับคาดว่าการทยอยยกเลิกมาตรการ QE ของเฟตจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ เช้านี้โตคอมเปิดมายืนในแดนบวก แต่อาจจะผิดหวังเล็กน้อยสำหรับ นลท.หลายท่านคิดว่าเยนอ่อนค่ามาแตะระดับ 104 เยนได้ สหรัฐบวก 292 กว่าจุด อาจจะได้เห็นโตคอมมีบวกจากราคา settleวานนี้ปิดที่ 280.1 เยนมาอยู่ที่ 285.1 เยน +5 เยนขึ้นไปแต่ก็น่าผิดหวังที่โตคอมสามารถไปได้เต็มที 283.4 เยน +3.3 เยน เท่านั้นแล้วมีย่อตัวลงมา ทำจุดต่ำสุดในวันที่ 279.0 เยนเกิดจากเยนกลับมาแข็งค่าในระหว่างวัน บวกกับเมื่อวานตลาดยางจีนหลุดรับสำคัญที่ 19400 หยวนลงมาในสัญญาณทางด้านเทคนิคคือหลุดรับอาจจะเห็น low ใหม่จุดรับต่อไปจีน 18820 หยวนรับเดิมเมื่อวันที่ 26 พ.ย 2556 ให้นลท.จับตาจุดนี้อาจเป็น"จุดกลับตัว"ของจีนอีกครั้ง
      ส่วน TOCOM จุดรับที่สำคัญที่แข็งแกร่ง 280 เยน คือหลุดแล้วสามารถกลับมายืน 280 เยนทุกครั้ง ตราบใดที่ tocom ไม่สามารถลงมาทดสอบ 277-275 ได้เชื่อว่าคงจะไม่เห็น hi ใหม่ของโตคอม
แนวโน้มครึ่งหลังของสัปดาห์คงต้องลุ้นระหว่าง EMA ระยะสั้นทั้ง 2 เส้น หากราคาทะลุผ่านไปทางไหนน่าจะไปถึงแนวรับหรือแนวต้านถัดไปเป็นอย่างน้อยแนวรับ 275 แนวต้าน 285


(ปล.บทความที่เขียนมีจุดประสงค์ที่จะสื่อสารให้ นลท.หลายกลุ่มเข้าใจได้ง่ายจะไม่เน้นศัพท์เทคนิคมาก เขียนตามความเข้าใจและคิดว่าผู้อ่านคงเข้าใจ)
R
Rakayang.Com
20 ธ.ค. 2556
            สถานการณ์เงินบาทที่อ่อนค่าในรอบ 3 ปีวันนี้ มาจากเฟตลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลด และค่อยทยอยๆลดมาตรฐานQEลงไปเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งที่กดให้เงินบาทอ่อนค่าลงมาจากปัจจัยด้านการเมือง อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าดังกล่าวยังถือว่าสอดคล้องกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ใน???ูมิ???าคที่มีทิศทางอ่อนค่าเช่นเดียวกันเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์
          " เราอาจจะอ่อนค่อนข้างมากนิดหนึ่ง  เพราะของเราอาจจะมีปัจจัยเรื่องของการเมืองเข้ามาเพิ่มเติม แต่โดยรวมสอดคล้อง???ูมิ???าค"นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าว
            วันนี้ TOCOM และ จีน แกว่งบวกลบหนัก สามารถขึ้นไปทดสอบ 284.5 เยน และเทขายต่ำสุด 278.0 เยน ช่วงบ่ายเหตุที่ทำให้ TOCOM หลุด 280 เยนลงได้มาเนื่องจาก สต็อกยางจีนรายสัปดาห์ ณ 20ธ.ค. เพิ่มขึ้น1387ตัน(0.84%)อยู่ที่167141ตัน สต๊อคยางจีนยังกดดัน และจีนทำสถิติลบติดต่อกัน 6 วันแต่ในวันนี้ไม่ได้ทำ low ใหม่เป้นไปได้ว่า สัปดาห์หน้าโอกาสที่จีนจะรีบาวส์อาจเป็นไปได้สูงแต่เนื่องจาก สัปดาห์หน้าใกล้หยุดยาว นลท.ต่างชาติจะทยอยล้างสถานะหุ้น(Clearing the share status) ออกเพื่อถือเงินสดไว้ลงทุนต่อปีหน้า คาดว่าราคาอาจรีบาวบวกทรงหลังพักฐานเสร็จ แต่ไร้วอลุ่ม
            ส่วนยางจริงคาดว่ายังมีโอกาสได้เห็น 77 รมก่อนสิ้นปี (เทียบจากราคาวงศ์บัณฑิต)