คาดการณ์แนวโน้มราคายางประจำสัปดาห์ที่ 23-28 ธันวาคม 2556
[font=times new roman] TOCOM (RSS3)วันจันทร์ที่ 23 ธ.ค 2556 ปิด 1 วัน [/font]วันที่ 24 ธ.ค โตคอมจะมีเดือน มิ.ย เข้ามาเทรดเป็นวันแรกจะขอสรุปสถานการณ์ราคายาง TOCOM ปิดตลาด ณ.วันศุกร์ที่ผ่านมา TOCOM ปิดตลาดเช้าปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี โดยดีดขึ้นมายืนเหนือ EMA 5 วัน ได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 285 เยน จนช่วง Ninght Session ราคาผันผวนอย่างหนักกลับพลิกหลุด EMA ระยะสั้นทั้ง 2 เส้นลงมาติดลบมากสุดถึง 4.9 เยน ก่อนจะดีดขึ้นมาปิดยืนได้เหลือลบเพียงเล็กน้อย คาดแนวโน้มช่วงต้นสัปดาห์นี้จะต้องลุ้นกรอบระยะสั้นระหว่าง 275-285 เยน หากราคาทะลุผ่านไปทางไหน ก็น่าจะไปถึงแนวรับหรือแนวต้านถัดไปได้อย่างน้อย(ปัจจัยที่อาจมีผลกับตลาด ญี่ปุ่นเตรียมเสนอร่างงบฯรายจ่ายปี 2014 วงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 921 พันล้านดอลล์ ซึ่งอาจทำให้???าระหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 23.3 ล้านล้านเยนจาก 22.2 ล้านล้านเยนในปีนี้)
SHFE(จีน)ปิดตลาด 18520 หยวน(-545)ตลาดจีนเปิด low ใหม่อีกครั้งเมื่อหลุดรับ 18820 หยวน รับเดิมในวันที่ 25 พ.ย ที่ผ่านมาทำให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักทำ low ใหม่ในรอบเกือบ 5 เดือนอยู่ที่ 18470 หยวนซึ่งมองรับจีนรอบนี้อยู่บริเวณนี้ไม่น่าจะหลุด 18400 หยวน อาจมีแรงซื้อกลับมาเราอาจจะเห็นจีนปิดยืนในแดนบวกในรอบ 7 วัน???ายในสัปดาห์นี้ (ข่าวที่กดดันตลาดจีน นลท.กังวลเกี่ยวกับ???าวะส???าพคล่องดึงตัวใน???าคการเงิน หลังธนาคารกลางจีนชะลอการซื้อคืนพันธบัตรมาติดต่อกัน 3 สัปดาห์,[font=ms sans serif]ซิติกซิเคียวริตี้ส์ บล.เบอร์ 1 จีน คาดแบงก์ชาติจีนจะยังคงไม่เพิ่มส???าพคล่องใน???าคการเงิน หวังคุมการปล่อยนสินเชื่อ-ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ[/font] )
[font=times new roman] AFET (ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า)ปิดตลาด 85.50 (-0.80)วันนี้ตลาดยังคงไร้วอลุ่ม ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่จำกัดแต่ถ้าเรามองอีกมุมหนึ่ง ตลาดSHFEติดลบ -545 หยวนแบบนี้ตลาดAFET ยังถือว่ายังแข็งแรงอยู่ ซึ่งอาจจะได้รับอานิสงค์จากเงินบาทที่อ่อนค่าและวอลุ่มน้อยอาจเป็น(ผลมาจากการเมืองในประเทศส่วนหนึ่ง และถ้ามองถึงปัจจัยต่างประเทศ โอเปก ไม่มีแผนลดปริมาณการผลิตน้ำมันปีหน้า เหตุไม่มีปัญหาอุปทานส่วนเกินจึงส่งผลให้ช่วงเช้านี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงบ้างเล็กน้อย)แนวโน้มสัปดาห์นี้ต้องลุ้นกรอบ 84.50-88.50 ไปก่อน หากราคาทะลุผ่านไปทางไหน ก็น่าจะไปถึงแนวรับหรือแนวต้านถัดไปได้เป็นอย่างน้อย[/font]
[font=times new roman] ส่วนราคายางจริงถือว่ารง.ยังมีผู้ช่วยคือบาทที่อ่อน และที่สำคัญได้บอกไปแล้วว่าช่วงระหว่าเดือน ม.คจนถึงกลางเดือน ก.พ รง.หลายโรงจะมีการส่งของช่วงนี้โรงงานจำเป็นจะต้องซื้อยางเก็บเข้าสต๊อค บวกกับจะสิ้นสุดอุดหนุนเงินสงเคราะห์ (CESS) ของรัฐในสิ้นปีนี้ ก่อนที่จะขึ้นปีหน้าจะอยู่ในส???าวะปกติจะเก็บค่า CESS ในอัตรา 2 บาทซึ่งทำให้ รง.มีต้นทุนที่สูงขึ้นจำเป็นต้องซื้อเก็บสต๊อคเพื่อผลิตและส่งมอบตามกำหนด ซึ่งคาดว่าราคามีโอกาสปรับขึ้นได้อีกคาดว่าอาจจะได้เห็น 80 รม[/font]
[font=tahoma] (อัตราการจัดเก็บเงินเซส เก็บเป็นขั้นบันได ตามราคายางพารา ดังนี้คือ ราคาไม่เกิน 40 บาท/กิโลกรัม เก็บเงินเซส อัตรา 90 สตางค์/ก.ก. ราคายางพารา 40.01 บาท-60 บาท/ก.ก. เก็บในอัตรา 1.40 บาท/ก.ก. ราคายางพารา 60.01-80 บาท/ก.ก. เก็บในอัตรา 2 บาท/ก.ก. ราคายางพารา 80.01-100 บาท/ก.ก. เก็บในอัตรา 3% และราคายางพารา 100.01 บาท/ก.ก ขึ้นไปเก็บในอัตรา 5 บาท/ก.ก.)[/font]
(ปล.บทวิเคราะห์นี้บางเนื้อหาได้ขออนุญาติหยิบยกมาจากบทวิเคราะห์จากโบรกafetบางบริษัท และจากประสบการณ์และสถิติของตนเองเป็นหลัก)
[font=times new roman] [/font]
