***ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 119.38 จุด วิตกสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง
ข่าวต่างประเทศ Saturday March 14, 2026 06:28 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดยตลาดเผชิญแรงกดดันตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวผันผวนรุนแรงส่งผลให้ตลาดหุ้นแกว่งตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินผลกระทบของสงครามในอิหร่านต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,558.47 จุด ลดลง 119.38 จุด หรือ -0.26%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,632.19 จุด ลดลง 40.43 จุด หรือ -0.61% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,105.36 จุด ลดลง 206.62 จุด หรือ -0.93%
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตัวของสหรัฐฯ ปรับตัวลงทั้งรายวันและรายสัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ปิดที่ระดับต่ำสุดของปีนี้
ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี S&P500 นั้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุด ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด
ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ หุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P500 ลดลง 3.4% ในรอบสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบผันผวนก่อนจะปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความกังวลด้านอุปทานก็ตาม
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ปิดที่ 98.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้น 3.11% ในวันศุกร์ ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น 2.67% สู่ระดับ 103.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2565
คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วงสัปดาห์หน้า ประกอบกับรายงานว่าสงครามได้ลุกลามไปยังเลบานอน คูเวต อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และโอมาน ทำให้ความหวังริบหรี่ลงในการลดความตึงเครียดและการยุติความขัดแย้งในระยะสั้น
คำกล่าวของทรัมป์ยังทำให้อิหร่านเพิ่มการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก โดยเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า สงครามครั้งนี้จะก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ปรับลดตัวเลขการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ลงอย่างมาก ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยรายงานดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ข้อมูลอื่น ๆ ชี้ว่า อุปสงค์สินค้าคงทนเริ่มชะลอตัว
แม้ข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอลง แต่นักลงทุนคาดว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์หน้า และด้วยความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นจนกระตุ้นเงินเฟ้อ โอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในระยะใกล้จึงลดลง
นักเศรษฐศาสตร์รายหนึ่งกล่าวว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และหากราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เฟดมีแนวโน้มจะคงดอกเบี้ยไว้นานกว่าที่คาด
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Adobe ร่วงลง 7.6% หลังมีการประกาศว่า แชนทานู นาราเยน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานจะลาออกจากตำแหน่งเมื่อมีการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่ง ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจาก AI กลับมาอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน หุ้น Meta Platforms ร่วงลง 3.8% หลังมีรายงานว่าบริษัทได้เลื่อนการเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อ Avocado ออกไปอย่างน้อยจนถึงเดือนพ.ค.
***ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 3% หลังอิหร่านปิดฮอร์มุซ ตลาดกังวลอุปทานโลกตึงตัว
ข่าวต่างประเทศ Saturday March 14, 2026 06:52 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (13 มี.ค.) เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า สุดสัปดาห์นี้อาจมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม ซึ่งดำเนินมาแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 98.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2.68 ดอลลาร์ หรือ 2.67% ปิดที่ 103.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 8% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 11.27%
ในช่วงต้นการซื้อขายของวันศุกร์ ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังมีรายงานที่คลาดเคลื่อนว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันที่ชักธงอินเดียแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการยืนยันว่าเรือลำดังกล่าวออกเดินทางจากโอมานและไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันจึงเริ่มปรับตัวสูงขึ้นและพลิกเป็นบวกก่อนช่วงเที่ยงวัน
เพื่อพยายามลดราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภคในปีเลือกตั้ง สหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตระยะเวลา 30 วัน ให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ค้างอยู่ในทะเลได้ โดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นก้าวหนึ่งในการสร้างเสถียรภาพให้ตลาดพลังงานโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
คิริล ดมิทรีเยฟ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่า มาตรการนี้จะเกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบรัสเซียประมาณ 100 ล้านบาร์เรล ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกเกือบ 1 วัน
นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์รายหนึ่งกล่าวว่า น้ำมันรัสเซียมีผู้ซื้ออยู่แล้ว มาตรการนี้ไม่ได้เพิ่มปริมาณน้ำมันใหม่เข้าสู่ตลาด แต่ช่วยลดอุปสรรคบางประการในการซื้อขาย
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดเริ่มกังวลมากขึ้นว่าสงครามครั้งนี้อาจยืดเยื้อ โดยความกังวลหลักคือความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้อุปทานหายไปในระยะยาว
การประกาศเกี่ยวกับน้ำมันรัสเซียมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยบรรเทาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
แผนดังกล่าวดำเนินการร่วมกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ซึ่งตกลงที่จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวมเป็นสถิติสูงสุด 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งรวมถึงส่วนของสหรัฐฯ ด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก IG ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความหวังที่เกิดขึ้นชั่วคราวจากการปล่อยน้ำมันของ IEA ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว หลังความเสี่ยงในตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง
อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะเดินหน้าสู้ต่อไป และจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดันสหรัฐฯ และอิสราเอล
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิรักเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ว่า เรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลำในน่านน้ำอิรักถูกโจมตีด้วยเรือของอิหร่านที่บรรทุกวัตถุระเบิด ขณะที่เจ้าหน้าที่อิรักรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อของรัฐว่า ท่าเรือน้ำมันของประเทศได้หยุดดำเนินการทั้งหมดแล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ อาจได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากสงครามกับอิหร่าน แต่การป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มีความสำคัญมากกว่า
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันอ้างอิงทั้งสองชนิดพุ่งขึ้นมากกว่า 9% ในวันพฤหัสบดี และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2565
โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ในวันศุกร์ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์โดยเฉลี่ยในเดือนมี.ค.จะสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจะอยู่ที่ประมาณ 85 ดอลลาร์ในเดือนเม.ย. เนื่องจากราคาพลังงานยังคงผันผวนจากสงครามอิหร่าน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง และการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นักวิเคราะห์จาก LSEG กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้รับแรงหนุนมากกว่า WTI เนื่องจากยุโรปมีความเปราะบางต่อความมั่นคงด้านพลังงานมากกว่า ขณะที่สหรัฐฯ สามารถลดความเสี่ยงได้จากการผลิตภายในประเทศ
อีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดอาจยืดเยื้อคือมีรายงานว่า อิหร่านได้วางทุ่นระเบิดประมาณ 12 ลูกในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้การเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้กลับมาใช้งานตามปกติทำได้ยากขึ้น
***ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบกว่า 1% เหตุดอลล์แข็ง-คาดเฟดชะลอลดดอกเบี้ย
ข่าวต่างประเทศ Saturday March 14, 2026 07:11 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (13 มี.ค.) และมีแนวโน้มลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 64.10 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 5,061.70 ดอลลาร์/ออนซ์
ไท หว่อง เทรดเดอร์โลหะอิสระ กล่าวว่า แม้ว่าตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาวจากปัจจัยด้านการจัดสรรสินทรัพย์ แต่ราคาทองคำกำลังค่อย ๆ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน
ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งทำให้ทองคำที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
Commerzbank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความคาดหวังต่อนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดัน
แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน แต่การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงมักลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากทำให้ต้นทุนในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดเล็กน้อยในเดือนม.ค. และเมื่อรวมกับเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังไม่กลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักมากในช่วงสัปดาห์หน้า ไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ ออกมาตรการผ่อนผันบางส่วนเป็นเวลา 30 วัน สำหรับการซื้อน้ำมันรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร
นอกจากนี้ การกลับมาเปิดเที่ยวบินบางส่วนจากดูไบในสัปดาห์นี้ ทำให้การขนส่งทองคำจากศูนย์กลางการค้าทองคำสำคัญของโลกแห่งนี้เริ่มกลับมาดำเนินการได้บางส่วนอีกครั้ง