ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 537.29 จุด วิตกเงินเฟ้อหลังราคาน้ำมันดิบพุ่ง

 

ข่าวต่างประเทศ Saturday May 16, 2026 06:30 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (15 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งจุดกระแสความกังวลด้านเงินเฟ้อทั่วโลก


ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,526.17 จุด ลดลง 537.29 จุด หรือ -1.07%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,408.50 จุด ลดลง 92.74 จุด หรือ -1.24% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,225.15 จุด ลดลง 410.08 จุด หรือ -1.54%


ดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรง โดยแต่ละดัชนีลดลงมากกว่า 1% หลังการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนถึงราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในระยะยาว และทำให้พันธบัตรกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น


แม้เผชิญแรงขาย แต่ดัชนี S&P500 ยังปิดบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่เคยทำสถิติต่อเนื่อง 9 สัปดาห์จนสิ้นสุดในเดือนธ.ค. 2566


ดัชนี Nasdaq และดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในรอบสัปดาห์นี้ โดยดัชนี Nasdaq สิ้นสุดสถิติขาขึ้นต่อเนื่อง 6 สัปดาห์


ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น หลังถ้อยแถลงเชิงแข็งกร้าวระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางของทั้งสองประเทศจะยืนยาวหรือไม่ และลดความหวังว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญจะกลับมาเป็นปกติในเร็ว ๆ นี้


การพบกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สิ้นสุดลงโดยแทบไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และจีนไม่ได้แสดงท่าทีที่จะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างชัดเจน


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดผันผวนจากการที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในวันที่เรียกว่า Liberation Day


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวขึ้นเช่นกัน จากหลักฐานที่เพิ่มขึ้นว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจของสงครามอิหร่านกำลังขยายวงกว้าง


วันศุกร์นี้เป็นวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ของเจอโรม พาวเวล ขณะที่ เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ เผชิญความท้าทายจากความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อและทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง


โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นมาใกล้ 40% จากระดับ 13.6% ในสัปดาห์ก่อน ตามข้อมูลจาก CME Group FedWatch tool


ในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี S&P500 นั้น หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 2.3% ขณะที่อีก 10 กลุ่มที่เหลือปรับตัวลง โดยกลุ่มวัสดุและกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงมากที่สุด


ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ร่วงลง 4% โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกระแส AI hyperscaler


หุ้น Nvidia และหุ้น AMD ร่วงลง 4.4% และ 5.7% ตามลำดับ ขณะที่หุ้น Intel ร่วงลง 6.2%


ส่วนหุ้น Microsoft พุ่งขึ้น 3.1% หลังเปิดเผยว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ Pershing Square ของบิล แอคแมน ได้เข้าลงทุนในบริษัท


หุ้น Dexcom พุ่งขึ้น 6.6% หลังบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ประกาศแต่งตั้งกรรมการอิสระ 2 คน และปรับโครงสร้างคณะกรรมการร่วมกับนักลงทุนเชิงกิจกรรม Elliott Investment Management


หุ้น Ford ร่วงลง 7.5% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งขึ้นเกือบ 21% ในช่วง 2 วัน จากความคาดหวังต่อธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานของบริษัท



ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $4.25 รับข่าวตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน, วิตกปิดฮอร์มุซยาว


ข่าวต่างประเทศ Saturday May 16, 2026 06:43 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันศุกร์ (15 พ.ค.) หลังถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยิ่งลดความหวังต่อข้อตกลงเพื่อยุติการโจมตีและการยึดเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ


ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 4.25 ดอลลาร์ หรือ 4.2% ปิดที่ 105.42 ดอลลาร์/บาร์เรล


สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 3.54 ดอลลาร์ หรือ 3.35% ปิดที่ 109.26 ดอลลาร์/บาร์เรล


ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 10.48% และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 7.84% โดยได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในสงครามอิหร่าน


นักวิเคราะห์จาก Commerzbank ระบุว่า บรรยากาศระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตึงเครียดอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง แม้ข้อตกลงหยุดยิงยังคงอยู่ แต่ความหวังในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างรวดเร็วได้ลดลง


อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านไม่มีความไว้วางใจต่อสหรัฐฯ และจะเจรจาเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯ แสดงความจริงใจ พร้อมย้ำว่า อิหร่านพร้อมกลับไปสู้รบ แต่ก็พร้อมสำหรับแนวทางทางการทูตเช่นกัน


ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาเริ่มหมดความอดทนต่ออิหร่าน และได้เห็นพ้องกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนว่า อิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของโลก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างซาอุดีอาระเบีย อิรัก และกาตาร์


ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุผ่านถ้อยแถลงว่า ความขัดแย้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และไม่มีเหตุผลที่จะต้องยืดเยื้อต่อไป ขณะที่สี จิ้นผิงไม่ได้ให้ความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับการหารือกับทรัมป์ในประเด็นอิหร่าน


ตลาดกำลังจับตาผลลัพธ์จากการพบปะกันระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยทรัมป์ระบุว่าจีนต้องการซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ และยังกล่าวว่าอาจพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีนที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน


วานดานา ฮารี ผู้ก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์ตลาดน้ำมัน Vanda Insights ระบุว่า ความสนใจของตลาดกลับไปอยู่ที่ภาวะชะงักงันและความเสี่ยงของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังมีความเสี่ยงด้านลบต่อสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การยกระดับความรุนแรงทางทหารอีกครั้ง


กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านระบุว่า มีเรือ 30 ลำแล่นผ่านช่องแคบระหว่างเย็นวันพุธถึงวันพฤหัสบดี ซึ่งยังต่ำกว่าระดับปกติราว 140 ลำต่อวันก่อนสงคราม แต่ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากได้รับการยืนยัน


บริษัทวิเคราะห์การขนส่ง Kpler ระบุว่า มีเรือ 10 ลำแล่นผ่านช่องแคบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากระดับ 57 ลำต่อวันในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า


โอล ฮันเซน นักวิเคราะห์จาก Saxo Bank ระบุว่า ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากทั้งปัจจัยการประชุมทรัมป์สี จิ้นผิงที่ไม่ช่วยให้สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย และการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียโดยยูเครนที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง


ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $123.40 หลังดอลล์แข็ง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง


ข่าวต่างประเทศ Saturday May 16, 2026 06:50 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในวันศุกร์ (15 พ.ค.) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่านยิ่งหนุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย


ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 123.40 ดอลลาร์ หรือ -2.63% ปิดที่ 4,561.90 ดอลลาร์/ออนซ์ และปิดลดลง 3.81% ในรอบสัปดาห์นี้


เอ็ดเวิร์ด เมียร์ นักวิเคราะห์จาก Marex ระบุว่า มีแรงขายในตลาดโลหะมีค่าด้วยหลายปัจจัย โดยค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลกปรับตัวขึ้น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีซึ่งเป็นตัวชี้วัดอ้างอิง แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ทำผลงานรายสัปดาห์ดีที่สุดในรอบ 2 เดือน ทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขาเริ่มหมดความอดทนต่ออิหร่าน และการหารือกับจีนยังไม่เกิดความคืบหน้าสำคัญหรือผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการช่วยยุติสงคราม


ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นมากกว่า 40% แล้วนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยธนาคารกลางมักตอบสนองต่อภาวะเงินเฟ้อด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยิ่งลดความน่าสนใจของทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย


ขณะเดียวกัน บรรดาเทรดเดอร์ได้ลดคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ลงอย่างมาก และเพิ่มความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool