นายกน้ำยางข้นชี้ ?ยางขาขึ้น? ลุ้นแตะ 100 บาท รับสงคราม-น้ำมันแพง

28 พ.ค. 69  ที่มา ฐานเศรษฐกิจ 





เข้าสู่ต้นฤดูเปิดกรีดยางพาราปี 2569 ท่ามกลางสัญญาณบวกด้านราคา หลังปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และภาวะ Stagflation โลกหนุนยางธรรมชาติให้ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน นายพงศ์นเรศ วนสุวรรณกุล นายกสมาคมน้ำยางข้นไทย ชี้ว่าราคายางมีโอกาสแตะ 100 บาทต่อกิโลกรัม หากน้ำมันดิบพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
.
เกษตรกรเริ่มกรีดยางตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม แต่ปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดยังน้อยจากฝนที่เริ่มตกในหลายพื้นที่ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทำให้น้ำมันดิบผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนยางสังเคราะห์ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากปิโตรเลียมสูงตาม ยางธรรมชาติทุกประเภทจึงได้รับอานิสงส์และยืนราคาสูงกว่าปีก่อน
.
โลกกำลังเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่ข้าวของแพงขึ้นแต่กำลังซื้อหดตัว เศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ผนวกกับต้นทุนการผลิตและขนส่งที่พุ่งสูงตามราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี พลาสติก และยางพารา ซึ่งในทางหนึ่งกลับเป็นปัจจัยหนุนให้ยางธรรมชาติมีความได้เปรียบเหนือยางสังเคราะห์
.
หากน้ำมันดิบทรงตัวที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคายางพาราคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 60-80 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากสงครามรุนแรงจนน้ำมันพุ่งถึง 150 ดอลลาร์ ราคายางมีสิทธิ์ทะลุ 100 บาทได้ ด้านปริมาณผลผลิตคาดไม่ต่างจากปีก่อนมากนัก เนื่องจากกระแสโค่นยางเพื่อปลูกทุเรียนเริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือสภาพอากาศช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะฝนหนักในภาคใต้ช่วงปลายปีที่อาจกระทบการกรีดยางและปริมาณผลผลิตในตลาด

EUDR ส่อแววเลื่อนยาว

สำหรับประเด็นกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของยุโรป EUDR (European Union Deforestation Regulation) มีโอกาสสูงที่จะถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง โดยมีเหตุผลสนับสนุนที่สำคัญ  ประกอบด้วย ภาระต้นทุนที่สูงเกินไปจากสภาวะสงคราม ปัจจุบันทั่วโลกกำลังแบกรับต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่สูงมากจากผลกระทบของสงคราม

หากมีการประกาศใช้มาตรการ EUDR ซึ่งจะมี ?ค่าพรีเมียม? หรือต้นทุนส่วนเพิ่มในการตรวจสอบย้อนกลับบวกเข้าไปอีกจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้นจนผู้บริโภคอาจรับไม่ไหว เพราะมาตรการนี้ไม่ได้ครอบคลุมแค่ยางพารา แต่รวมถึงสินค้าอีกหลายชนิด เช่น กาแฟ โกโก้ เนื้อวัว และปาล์มนํ้ามัน ซึ่งเป็นสินค้าที่คนในยุโรปต้องบริโภคทุกวัน หากราคาสินค้าเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นตามเกณฑ์ EUDR จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในยุโรปเอง 

รวมถึงทิศทางนโยบายจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะหากในอนาคตผู้นำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ (ซึ่งไม่เน้นนโยบายสีเขียวหรือ Green Policy) กลับมามีอำนาจ อาจทำให้ยุโรปไม่สามารถดำเนินมาตรการนี้เพียงลำพังได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี

 ?มาตรการนี้เคยมีการเลื่อนมาแล้วประมาณ 2 รอบ และจากการสังเกตการณ์จนถึงเดือนพฤษภาคมของปีนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณหรือการขยับตัวที่ชัดเจนว่าจะมีการนำมาใช้จริงในเร็วๆ นี้ รวมถึงความตื่นตัวของตลาดในปัจจุบันก็ลดน้อยลงกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว?

จี้เร่งตั้งบอร์ดการยาง-กนย.เคลื่อนนโยบาย

อย่างไรก็ตามได้ฝากข้อเสนอถึงรัฐบาลว่า หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราในฤดูกาลนี้คือ การเร่งแต่งตั้งบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) และผู้ว่าการการยางฯ ให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถเริ่มนับหนึ่งในการเสนอโครงการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องเงินหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนในช่วงที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก และการรักษาเสถียรภาพราคาเพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

?ในส่วนเกษตรกร อยากจะฝากถึงแก่เกษตรกรว่าควรหันมาเน้นการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงและขาดแคลนในบางชนิด และควรนำหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ในการตรวจวิเคราะห์ดิน เพื่อให้สามารถใส่ปุ๋ยได้ตรงจุดตามที่ต้นยางขาดซึ่งจะช่วยให้ต้นยางดูดซึมธาตุอาหารได้เต็มที่และไม่เสียประโยชน์จากการระเหยทิ้ง? นายพงศ์นเรศ กล่าวทิ้งท้าย

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฉบับที่ 4,204 วันที่ 28 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569