EUDR ส่อแววเลื่อนยาว
สำหรับประเด็นกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของยุโรป EUDR (European Union Deforestation Regulation) มีโอกาสสูงที่จะถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง โดยมีเหตุผลสนับสนุนที่สำคัญ ประกอบด้วย ภาระต้นทุนที่สูงเกินไปจากสภาวะสงคราม ปัจจุบันทั่วโลกกำลังแบกรับต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่สูงมากจากผลกระทบของสงคราม
หากมีการประกาศใช้มาตรการ EUDR ซึ่งจะมี ?ค่าพรีเมียม? หรือต้นทุนส่วนเพิ่มในการตรวจสอบย้อนกลับบวกเข้าไปอีกจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้นจนผู้บริโภคอาจรับไม่ไหว เพราะมาตรการนี้ไม่ได้ครอบคลุมแค่ยางพารา แต่รวมถึงสินค้าอีกหลายชนิด เช่น กาแฟ โกโก้ เนื้อวัว และปาล์มนํ้ามัน ซึ่งเป็นสินค้าที่คนในยุโรปต้องบริโภคทุกวัน หากราคาสินค้าเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นตามเกณฑ์ EUDR จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในยุโรปเอง
รวมถึงทิศทางนโยบายจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะหากในอนาคตผู้นำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ (ซึ่งไม่เน้นนโยบายสีเขียวหรือ Green Policy) กลับมามีอำนาจ อาจทำให้ยุโรปไม่สามารถดำเนินมาตรการนี้เพียงลำพังได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี
?มาตรการนี้เคยมีการเลื่อนมาแล้วประมาณ 2 รอบ และจากการสังเกตการณ์จนถึงเดือนพฤษภาคมของปีนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณหรือการขยับตัวที่ชัดเจนว่าจะมีการนำมาใช้จริงในเร็วๆ นี้ รวมถึงความตื่นตัวของตลาดในปัจจุบันก็ลดน้อยลงกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว?
จี้เร่งตั้งบอร์ดการยาง-กนย.เคลื่อนนโยบาย
อย่างไรก็ตามได้ฝากข้อเสนอถึงรัฐบาลว่า หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราในฤดูกาลนี้คือ การเร่งแต่งตั้งบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) และผู้ว่าการการยางฯ ให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถเริ่มนับหนึ่งในการเสนอโครงการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องเงินหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนในช่วงที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก และการรักษาเสถียรภาพราคาเพื่อรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
?ในส่วนเกษตรกร อยากจะฝากถึงแก่เกษตรกรว่าควรหันมาเน้นการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงและขาดแคลนในบางชนิด และควรนำหลักวิทยาศาสตร์มาใช้ในการตรวจวิเคราะห์ดิน เพื่อให้สามารถใส่ปุ๋ยได้ตรงจุดตามที่ต้นยางขาดซึ่งจะช่วยให้ต้นยางดูดซึมธาตุอาหารได้เต็มที่และไม่เสียประโยชน์จากการระเหยทิ้ง? นายพงศ์นเรศ กล่าวทิ้งท้าย

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฉบับที่ 4,204 วันที่ 28 - 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569