ตลาดน้ำมันปาล์มในช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกำลังส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาทั่วโลกครับ

ประเด็นสำคัญจากรายงาน

- เอลนีโญรุนแรง: ทำให้ฝนลดลงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลต่อการออกดอกและติดผลของต้นปาล์ม - ผลผลิตลดลง 10?25% ตามสถิติในอดีต

- อินโดนีเซีย?มาเลเซีย: ครองส่วนแบ่งการผลิต 82% และการส่งออก 88% ของโลก - ตลาดโลกขึ้นอยู่กับสองประเทศนี้เป็นหลัก

- ราคาน้ำมันปาล์ม: ในอดีตช่วงเอลนีโญรุนแรง (2015?2016) ราคาพุ่งสูงสุดถึง +35% แม้ผลผลิตลดลงเพียง ~10?13%

- สต็อกน้ำมันปาล์ม: ปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูง (3 ล้านตันในมาเลเซีย, +59.8% YoY ในจีน) - ระยะสั้นราคายังทรงตัว แต่ระยะกลาง?ยาวมีแรงหนุนจากการลดผลผลิตผลกระทบต่อบริษัท A-share:บริษัทแปรรูปต้นน้ำ - เจอแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบสูงบริษัทที่ลงทุน upstream เช่น Zanyu Technology - ลดความเสี่ยงด้วยฐานผลิตในอินโดนีเซีย

** ภาพรวมเชิงกลยุทธ์

ผู้ผลิตต้นน้ำ: เสี่ยงจากต้นทุนสูง 

สรุปสั้น ๆ เข้าใจง่ายครับ

- เอลนีโญ ทำให้ฝนลดลง   ผลผลิตปาล์มลดลง 10?25%

- อินโดนีเซีย?มาเลเซีย ครองตลาดโลก - ถ้าผลผลิตลด ราคาจะพุ่งแรง

- ราคาน้ำมันปาล์ม ช่วงเอลนีโญรุนแรงในอดีตเคยขึ้นสูงสุด +35%

- สต็อกน้ำมันปาล์ม ตอนนี้ยังเยอะ - ระยะสั้นราคาทรงตัว แต่ระยะกลาง?ยาวมีแรงหนุนขึ้น

ผลกระทบต่อบริษัท

- โรงงานแปรรูปต้นน้ำ - ต้นทุนสูง กดดันหนัก

- บริษัทที่ลงทุน upstream เช่น Zanyu ? ลดความเสี่ยงด้วยฐานผลิตในอินโดนีเซีย

  สรุป: ระยะสั้นราคายังนิ่งเพราะสต็อกสูง แต่ระยะกลาง?ยาวมีโอกาสขึ้นแรงจากการลดผลผลิตและความต้องการไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น